Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 511

เล่ม มมร. 57 หน้า 511 ข้อ 345
ทายีเถระนั่งอยู่ในระหว่างบริษัท ขัดคอขึ้นว่า พระมหาสาวก เหล่านี้จะรู้อะไรทัดเทียมเราหรือ. พระเถระทั้งสองเห็นพระ- โลฬุทายีเถระนั้นแล้ว จึงลุกจากอาสนะหลีกไป. บริษัทเลยแยก ย้ายกัน. ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อน อาวุโสทั้งหลาย พระโลฬุทายีติเตียนพระอัครสาวกทั้งสอง แล้วขัดคอขึ้น. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายมิใช่ใน บัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนโลฬุทายีก็ไม่รู้อะไร ๆ อย่างอื่นยิ่งกว่า นั้น นอกจากขัดคอแล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า. ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ใน กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอำมาตย์ผู้สอนอรรถและ ธรรมของพระองค์. ก็พระราชานั้นมีโอรสพระนามว่า ปาทัญชลี มีพระทัยโลเล เชื่องช้า. ต่อมาพระราชาสวรรคต. พวกอำมาตย์ จัดการถวายพระเพลิง แล้วปรึกษากันว่าจักอภิเษกปาทัญชลี ราชบุตรครองราชสมบัติ. แต่พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พระกุมารนี้ มีพระทัยโลเล เชื่องช้า พวกเราจักควรทูลองดูก่อน แล้วจึง จักอภิเษกพระกุมารนั้น. พวกอำมาตย์จึงเตรียมการตัดสินความ ให้พระกุมารประทับนั่งในที่ใกล้ ๆ เมื่อจะตัดสินคดี แกล้งตัดสิน ไม่ถูก. ตัดสินให้ผู้มีใช่เจ้าของเป็นเจ้าของแล้วทูลพระกุมารว่า ข้าแต่พระกุมาร พวกข้าพระองค์ตัดสินความชอบธรรมหรือไฉน. พระกุมารเม้มพระโอฐ. พระโพธิสัตว์สำคัญว่า พระกุมารเห็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka