เท่านั้น ฝูงลิงที่เป็นบริวารนอกนี้จะมีปัญญา
อะไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โยเมสญฺจ สเมตานํ ความว่า
ลิงตัวใด ได้เป็นผู้รับสมมติว่าประเสริฐสุดกว่าลิงเหล่านี้ คือ กว่าลิง
แม้ทั้งหมดผู้มีชาติกำเนิดเสมอกัน . บทว่า กิเมว อิตรา ปชา ความว่า
ปัญญาของลิงที่ต่ำทรามนอกนี้ ในบรรดาลิงเหล่านั้น จะเป็นเช่นไร
หนอ.
วานรทั้งหลายได้ฟังถ้อยคำของพระโพธิสัตว์นั้นแล้ว จึงกล่าว
คาถาที่ ๒ ว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้
อะไร ไฉนจึงด่วนมาติเตียนเราต่าง ๆ อย่างนี้
เล่า เรายังไม่เห็นรากไม้แล้ว จะพึงรู้ต้นไม้
ว่ารากหยั่งลงไปลึกได้อย่างไรเล่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺรหฺเม เป็นเพียงอาลปนะ
คือคำร้องเรียก. ในคาถานี้ มีความสังเขปดังต่อไปนี้ ดูก่อน
บุรุษผู้เจริญ ท่านยังไม่รู้เหตุและไม่ใช่เหตุด้วยประการใด มาด่วน
ติเตียนพวกเราโดยประการนั้นทันที ใครๆ ยังไม่ถอนรากแล้ว จะ
อาจรู้ได้อย่างไรว่า ชื่อว่าต้นไม้ต้นนี้หยั่งรากลงไปลึกหรือหาไม่ ด้วย
เหตุนั้น พวกเราจึงให้ถอนขึ้นแล้วจึงรดน้ำตามประมาณของราก.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-