Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 182

เล่ม มมร. 58 หน้า 182 ข้อ 423
จับมันมาถอนขนหมดทั้งตัว เหลือเป็นหงอนไว้บนหัว แล้วบดขิงกับ พริกเป็นต้นเคล้ากับเปรียง ทาทั่วตัวกานั้น พลางกล่าวว่า เจ้าจะทำ ปลาและเนื้อของท่านเศรษฐีของพวกเราให้เป็นเดน แล้วโยนทิ้งลงใน กระเช้าที่ทำเป็นรัง. เวทนาแสนสาหัสเกิดขึ้น. พระโพธิสัตว์กลับมา จากที่หากิน เห็นกานั้นทอดถอนใจอยู่ เมื่อจะทำการล้อเล่นจึงกล่าว คาถาที่ ๑ ว่า:- นกยางตัวนี้ ไฉนจึงมีหงอน เป็นโจร ลอบเข้ามาอยู่ในรังกา ผู้มีเมฆเป็นบิดา. ดูก่อนนกยาง ท่านจงมาเสียข้างนี้เถิดกาผู้ สหายของเราเป็นผู้ดุร้าย. ด้วยบทว่า กายํ พลากา สิขินี ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์ เมื่อจะถามกานั้น จึงร้องเรียกว่า นกยางนี้ อย่างไรจึงชื่อว่ามีหงอน เพราะกานั้นมีสีร่างกายขาวอันทาด้วยเปรียงหนา ๆ และเพราะหงอน ตั้งอยู่บนหัวของกานั้น. ด้วยบทว่า โจรี นี้ พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ชื่อ ว่าเป็นโจร เพราะเข้าไปยังเรือนของตระกูลโดยที่ตระกูลยังไม่อนุญาต หรือเพราะเข้าไปยังรังกาโดยความไม่พอใจของกา. บทว่า ลงฺฆีปิตา- มหา ความว่า เมฆชื่อว่าลังฆี เพราะโลดแล่นไปในอากาศ ก็ธรรมดา นกยางทั้งหลาย ย่อมตั้งครรภ์เพราะเสียงเมฆ เพราะเหตุนั้น เสียง เมฆจึงเป็นบิดาของพวกนกยาง. คือเมฆเป็นบิดาของพวกนกยาง ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka