Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 136

<< | หน้าที่ 136 | >>
๔. โลลชาดก (๒๗๔)


ว่าด้วยโทษของความโลเล


(นกพิราบโพธิสัตว์เห็นกานั้นทอดถอนใจอยู่ เมื่อจะล้อเล่น จึงกล่าวว่า)

{๔๒๑} [๗๐] นกยางอะไรนี่มีหงอน เป็นโจร มีเมฆเป็นปู่

แม่นกยาง เจ้าจงลงมาข้างล่างนี้เถิด

กาสหายของเราเป็นสัตว์ดุร้าย

(กาได้ฟังดังนั้น จึงตอบว่า)

{๔๒๒} [๗๑] เรามิใช่นกยางมีหงอนหรอก

เราเป็นกาโลเล ไม่เชื่อฟังคำของท่าน

ท่า่นจงมาดูเถิด เรากลายเป็นกามีขนเกรียมไปแล้ว

(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๔๒๓} [๗๒] เพื่อนเอ๋ย เจ้าจักประสบความชั่วร้ายเช่นนี้อีก

เพราะปกติของเจ้าเป็นเช่นนั้น

อาหารของมนุษย์เป็นของที่นกไม่ควรกิน

โลลชาดกที่ ๔ จบ


๕. รุจิรชาดก (๒๗๕)


ว่าด้วยเรื่องนกกาที่น่ารัก


(พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

{๔๒๔} [๗๓] นกยางตัวนี้ช่างน่ารักเสียนี่กระไร

มาอาศัยอยู่ในรังกา

นั่นเป็นรังของกาดุร้ายสหายของเรา

๑ มีก้อนเมฆเป็นปู่ ในที่นี้หมายถึงนกยางทั้งหลายจะตั้งครรภ์ (มีไข่) ได้ ต้องได้ยินเสียงเมฆครางกระหึ่ม เสียก่อน จึงตั้งครรภ์ได้ (ดู อธิบาย วิ.อ. ๑/๒๒๒-๒๒๓) นี้เป็นธรรมดาของนกยาง (ขุ.ชา.อ. ๔/๗๐/๙๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka