Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 258

เล่ม มมร. 58 หน้า 258 ข้อ 447
กราบทูลว่า พระองค์ให้จำขังพระราชาผู้มีศีลไว้ในเรือนจำ ด้วย เหตุนั้น ทุกข์อันนี้จักเกิดขึ้นแก่พระองค์. ราชาโจรนั้นจึงเสด็จไป ขอขมาพระโพธิสัตว์ ตรัสว่า ราชสมบัติของพระองค์. จะเป็นของ พระองค์เถิด แล้วทรงมอบราชสมบัติแก่พระเจ้าพาราณสีนั้นแล แล้ว ทูลว่า ตั้งแต่นี้ไปข้าศึกของพระองค์จงเป็นภาระของหม่อมฉัน ให้ลง อาญาแก่อำมาตย์ผู้ประทุษร้ายแล้วเสด็จไปยังพระนครของพระองค์เอง พระโพธิสัตว์ประทับนั่งบนบัลลังก์ซึ่งยกเศวตรฉัตรขึ้นแล้วในท้อง พระโรงอันอลงกต เมื่อจะทรงปราศัยกับหมู่อำมาตย์ที่นั่งห้อมล้อมอยู่ จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถาแรกว่า :- ผู้ใดคบหากับบุคคลผู้ประเสริฐ ผู้นั้น ชื่อว่าเป็นส่วนอันประเสริฐด้วย เราสมาน- ไมตรีกับพระยาโจรคนเดียว ก็ปลดเปลื้อง ท่านทั้งหลายผู้ต้องโทษได้ตั้งร้อยคน. เพราะฉะนั้น บุคคลคนเดียวสมาน ไมตรีกับโลกทั้งมวล สิ้นชีพแล้วก็พึงเข้าถึง สวรรค์ ท่านชาวกาสิกรัฐทั้งหลายจงฟังคำ ของเราเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เสยฺยํโส เสยฺยโส โหติ โย เสยฺยมุปเสวติ ความว่า บุคคลชื่อว่าผู้มีส่วนอันประเสริฐ เพราะ มีส่วน คือโกฏฐาสอันประเสริฐกล่าวคือธรรมสูงสุดอันหาโทษมิได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka