Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 259

เล่ม มมร. 58 หน้า 259 ข้อ 447
ได้แก่ บุคคลผู้อาศัยกุศลธรรม. บุคคลใดเข้าเสพกุศลธรรมภาวนา อันประเสริฐนั้น หรือบุคคลผู้สูงสุดผู้ยินดียิ่งในกุศลธรรมอันประเสริฐ นั้นบ่อย ๆ บุคคลนั้นเป็นผู้มีส่วนอันประเสริฐ คือเป็นผู้น่าสรรเสริญ กว่าและเป็นผู้ยิ่งกว่า. ก็ด้วยบทว่า เอเกน สนฺธึ กตฺวาน สตํ วชฺเฌ อโมจยึ แม้นี้ พึงทราบดังนี้ว่า ก็เมื่อเราซ่องเสพเมตตา ภาวนาอันประเสริฐ ได้กระทำการติดต่อคือสืบต่อเมตตาภาวนากับ พระยาโจรคนเดียว ด้วยเมตตาภาวนานั้น ได้ปลดเปลื้องท่านทั้งหลาย ผู้จะถูกฆ่าได้ตั้งร้อยคน. ในคาถาที่ ๒ มีเนื้อความต่อไปนี้. เพราะ เหตุที่เรากระทำการติดต่อด้วยเมตตาภาวนา โดยความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันกับพระยาโจรคนเดียว จึงปลดเปลื้องท่านทั้งหลายผู้จะ ถูกฆ่าได้ตั้งร้อยคน เพราะฉะนั้น พึงทราบข้อนั้นว่าเพราะบุคคล ผู้เดียวกระทำการติดต่อกับโลกทั้งปวง ด้วยเมตตาภาวนา ละไปแล้ว จะเข้าถึงสวรรค์ในโลกหน้า. เพราะเมตตาภาวนาอันเป็นอุปจารฌาน ให้ปฏิสนธิในกามาวจรภพ เมตตาภาวนาอันเป็นอัปปนาฌาน ย่อม ให้ปฏิสนธิในพรหมโลก ท่านแม้ทั้งปวงผู้เป็นชาวกาสิกรัฐ จงฟังคำ ของเรานี้ไว้. พระมหาสัตว์พรรณนาคุณของภาวนา อันประกอบด้วย เมตตา แก่มหาชนอย่างนี้แล้วทรงสละเศวตรฉัตรในพระนครพาราณสี อันกว้างใหญ่ถึง ๑๒ โยชน์ แล้วเสด็จเข้าป่าหิมพานต์บวชเป็นฤๅษี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka