พระศาสดาทรงเป็นผู้ตรัสรู้ยิ่งแล้ว ทรงตรัสพระคาถาที่ ๓ ว่า :-
พระเจ้ากังสมหาราช ครอบครอง
ราชสมบัติเมืองพาราณสี ได้ตรัสพระดำรัส
นี้แล้ว ก็ทรงสละทิ้งธนูและลูกศรเสีย เข้า
ถึงความสำรวม.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มหาราช แปลว่า พระราชา
ผู้ใหญ่. คำว่า กงฺโส เป็นพระนามของพระราชาผู้ใหญ่นั้น. บทว่า
พาราณสิคฺคโห ได้แก่ ผู้ยืดครองพระนครพาราณสี เพราะยึด
พระนครพาราณสีครอบครองอยู่. พระราชานั้น ตรัสพระดำรัสนี้
แล้ว ทรงวางคือละทิ้งธนู และลูกธนูกล่าวคือลูกศร. เข้าถึงความ
สำรวมในศีล คือบวช ก็แหละครั้นบวชแล้วก็ยังฌานให้เกิดขึ้น
เป็นผู้มีฌานไม่เสื่อมจึงได้เกิดขึ้นในพรหมโลก.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม
ชาดกว่า พระราชาผู้เป็นโจรในครั้งนั้น ได้เป็นพระอานนท์ในบัดนี้
ส่วนพระเจ้าพาราณสีในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนั้นแล
จบ อรรถกถาเสยยชวดกที่ ๒