Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 270

เล่ม มมร. 58 หน้า 270 ข้อ 450
พวกสุกรที่มาก่อนก็ได้กินเนื้อเสือโคร่ง พวกที่มาภายหลังกล่าวว่า ชื่อว่าเนื้อเสือโคร่งเป็นเช่นไร ? จึงเที่ยวดมปากของสุกรเหล่านั้น. สุกรเหล่านั้นต่างก็ยังไม่พากันดีใจ. วัฑฒกีสุกรเห็นอาการของสุกร เหล่านั้นจึงกล่าวว่า เพราะเหตุไรหนอ. พวกท่านจึงไม่ยินดี. สุกร ทั้งหลายกล่าวว่า นาย ประโยชน์อะไรด้วยเสือโคร่งตัวเดียวที่ถูกฆ่า ชฎิลโกงผู้สามารถจะนำเอาเสือโคร่งตัวอื่น ๆ ตั้ง ๑๐ มาได้ ยังมีอยู่. วัฑฒกีสุกรถามว่า ชฎิลโกงนั้นคือใคร ? พวกสุกรกล่าวว่า ดาบส ทุศีลคนหนึ่ง. วัฑฒกีสุกรกล่าวว่า แม้เสือโคร่งเราก็ยังฆ่าได้ ดาบส ทุศีลนั้นจะพออะไรเรา มาเถิดท่านทั้งหลาย พวกเราจักจับดาบสทุศีล นั้น ว่าแล้วก็ไปพร้อมหมู่สุกร. ฝ่ายดาบสโกง เมื่อเสือโคร่งชักช้าอยู่ ก็คิดว่า พวกสุกรจับเสือโคร่งไปกระมังหนอ จึงเดินสวนทางไป ได้เห็นสุกรทั้งหลายกำลังเดินมา จึงถือเอาบริขารของตนหนีไป ถูก สุกรเหล่านั้นติดตาม จึงทิ้งบริขารทั้งหลายแล้วรีบขึ้นต้นมะเดื่อไป โดยเร็ว. สุกรทั้งหลายกล่าวว่า นาย บัดนี้ดาบสร้ายหนีขึ้นต้นไม้ ไปแล้ว. วัฑฒกีสุกรถามว่า ต้นไม้ชื่ออะไร ? สุกรทั้งหลายบอกว่า ต้นมะเดื่อ. วัฑฒกีสุกรนั้นจัดแจงว่า นางสุกรจงไปนำน้ำมา ลูกสุกร จงขุด สุกรที่มีเขี้ยวยาวจงกัดราก ฝ่ายสุกรที่เหลือจงล้อมรักษาไว้ เมื่อสุกรเหล่านั้นกระทำอยู่อย่างนั้น ตนเองก็งัดรากแก้วของต้นมะเดื่อ ให้ต้นมะเดื่อล้มลงทันที เหมือนคนเอาขวานฟันฉะนั้น. พวกสุกร ที่ยืนล้อมอยู่ ก็ทำให้ชฎิลโกงล้มลงบนภาคพื้นแล้วทำให้เป็นท่อนน้อย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka