Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 271

เล่ม มมร. 58 หน้า 271 ข้อ 450
ท่อนใหญ่แล้วกัดกินจนถึงกระดูก เชิญให้วัฑฒกีสุกรนั่งบนลำต้น มะเดื่อนั่นแหละ แล้วให้เอาสังข์เครื่องใช้สอยของชฎิลโกงไปตักน้ำ มาอภิเษกแต่งตั้งให้เป็นราชา และแต่งตั้งนางสุกรรุ่นสาวตัวหนึ่ง แต่งตั้งให้เป็นอัครมเหสีของวัฑฒกีสุกรนั้น. ได้ยินว่า จำเดิมแต่นั้นมา อำมาตย์ราชเสวกทั้งหลาย เชิญเสด็จพระราชาให้นั่ง ณ อุทุมพร- ภัตรบิฐ แล้วอภิเษกด้วยสังข์ ๓ ชนิด สืบมาจนกระทั่งทุกวันนี้ เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์นั้น เห็นความอัศจรรย์อันนั้น จึง เยี่ยมหน้าเฉพาะต่อสุกรทั้งหลาย ณ ค่าคบไม้แห่งหนึ่ง กล่าวคาถา ที่ ๓ ว่า :- ข้าพเจ้าขอนอบน้อม แก่หมู่สุกรที่มา ประชุมกัน ข้าพเจ้าได้เห็นมิตรภาพอันน่า อัศจรรย์ควรสรรเสริญ จึงขอกล่าวสรรเสริญ ไว้ หมูทั้งหลายผู้มีเขี้ยวเป็นกำลัง ได้ชนะ เสือโคร่งด้วยสามัคคีอันใด ก็พากันพ้นมรณ- ภัย ด้วยสามัคคีอันนั้น ในเพราะกำลังแห่ง เขี้ยวทั้งหลาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นมตฺถุ สงฺฆานํ ความว่า การกระทำความนอบน้อมของเรานี้ จงมีแก่หมู่สุกรผู้มาประชุมกัน. บทว่า ทิสฺวา สยํ สขฺยํ วทามิ อพฺภุตํ ความว่า ข้าพเจ้า ได้เห็นความเป็นสหาย คือมิตรภาพอันไม่เคยมีในกาลก่อน ชื่อว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka