Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 290

เล่ม มมร. 58 หน้า 290 ข้อ 456
ของราชสีห์นั้นย่อมปรากฏที่แก้วมณี. สุกรทั้งหลายเห็นเงาราชสีห์ ตกใจกลัวสะดุ้ง จึงได้มีเนื้อและเลือดน้อย. สุกรเหล่านั้นคิดกันว่า เพราะแก้วมณีนี้ใส เงานี้จึงปรากฏ พวกเราจงทำแก้วมณีนี้ ให้ เศร้าหมอง ไม่มีสี จึงไปยังสระแห่งหนึ่งในที่ไม่ไกล กลิ้งเกลือกใน เปือกตมแล้วมาสีที่แก้วมณีนั้น. แก้วมณีนั้นถูกขนสุกรทั้งหลายเสียดสี อยู่กลับใสแจ๋วยิ่งขึ้น ประหนึ่งพื้นสุทธากาสอันบริสุทธิ์ สุกรทั้งหลาย มองไม่เห็นอุบาย จึงตกลงกันว่า จักถามอุบายเป็นเครื่องทำแก้วมณีนี้ ให้ปราศจากสีกะพระดาบา จึงเข้าไปหาพระโพธิสัตว์ ไหว้แล้วยืน ณ ส่วนข้างหนึ่ง กล่าวคาถา ๒ คาถาแรกว่า :- พวกข้าพเจ้าประมาณ ๓๐ ตัว อาศัยอยู่ ในถ้ำแก้วมณี ๑ ปี ได้ปรึกษากันว่า จะช่วย กันกำจัดแสงแก้วมณีให้เศร้าหมอง. พวก ข้าพเจ้าช่วยกันเสียดสีแก้วมณี แก้วมณี กลับมีสีสุกใสขึ้นกว่าเก่า บัดนี้ พวกข้าพเจ้า ขอถามท่านถึงเหตุนั้น ท่านย่อมสำคัญกิจใน เรื่องนี้อย่างไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทริยา แปลว่า ในถ้ำแก้วมณี. บทว่า วสามเส แปลว่า ย่อมอยู่. บทว่า หญฺาม ความว่า พวก ข้าพเจ้าจักขจัด คือ แม้พวกข้าพเจ้าก็จักกระทำให้หมดสี. บทว่า อิทญฺจิทานิ ปุจฺฉาม ความว่า บัดนี้ พวกข้าพเจ้าขอถามท่านถึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka