Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 291

เล่ม มมร. 58 หน้า 291 ข้อ 456
ข้อนี้ว่า เพราะเหตุไร ? แก้วมณีนี้อันพวกข้าพเจ้าทำให้เศร้าหมองอยู่ ยังกลับสุกใส. บทว่า กึ กิจฺจํ อิธ มญฺสิ ความว่า ในเรื่องนี้ ท่านสำคัญกิจนี้ว่าอย่างไร. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ เมื่อจะบอกแก่สุกรเหล่านั้น จึงกล่าว คาถาที่ ๓ ว่า :- ดูก่อนหมูทั้งหลาย แก้วไพฑูรย์นี้เป็น ของบริสุทธิ์งามผ่องใส ใคร ๆ ไม่อาจกำจัด แสงแก้วไพฑูรย์นั้นให้เศร้าหมองได้ ท่าน ทั้งหลายจงพากันหลบหนีไปอยู่ที่อื่นเสียเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกาโจ แปลว่า ในกระด้าง. บทว่า สุโภ แปลว่า งาม. บทว่า สิรึ แปลว่า รัศมี. บทว่า อปกฺกมถ ความว่า ใคร ๆ ไม่อาจทำแสงของแก้วมณีนี้ให้พินาศไปได้ ก็พวก ท่านแหละ จงละถ้ำแก้วมณีนี้ไปอยู่ที่อื่นเสียเถิด. สุกรเหล่านั้นพึงฟังถ้อยคำของพระโพธิสัตว์นั้นแล้วได้กระทำ เหมือนอย่างนั้น. พระโพธิสัตว์ทำฌานให้เกิดขึ้นแล้ว ในเวลาสิ้น อายุชัย ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรง ประชุมชาดกว่า พระดาบสในครั้งนั้น คือเราตถาคต ฉะนี้แล จบ อรรถกถามณิสุกรชาดกที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka