Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 808

เล่ม มมร. 58 หน้า 808 ข้อ 766 767
[๗๖๖] กุลบุตรผู้มองเห็นผลและอานิสงส์ เมื่อ นำธุระของบุรุษไปอยู่ ย่อมทำฐานะ คือ การ ทำความปราโมทย์ และความสุขอันนำมาซึ่ง ความสรรเสริญให้เกิดมีขึ้น. [๗๖๗] บุคคลได้ดื่มรสอันเกิดจากวิเวก รส แห่งความสงบ และรสคือธรรมปีติ ย่อมเป็น ผู้ไม่มีความกระวนกระวาย เป็นผู้หมดบาป. จบ หิริชาดกที่ ๓ อรรถกถาหิริชาดกที่ ๓ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ เศรษฐีชาวปัจจันตคามผู้เป็นสหายของอนาถบิณฑิกเศรษฐี จึงตรัส พระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า หิรินฺตรนฺตํ ดังนี้. เรื่องทั้งสอง คือเรื่องปัจจุบันและเรื่องในอดีต ได้มีพิสดาร แล้วในชาดกจบสุดท้ายแห่งนวมวรรค เอกนิบาต. แต่ในชาดกนี้ เมื่อ คนมาบอกแก่พาราณสีเศรษฐีว่า คนของเศรษฐีชาวปัจจันตคามถูก ชิงทรัพย์สมบัติ ไม่เป็นเจ้าของของที่เป็นของตน พากันหนีไปแล้ว พาราณสีเศรษฐีจึงกล่าวว่า ธรรมดาคนผู้ไม่กระทำกิจที่จะพึงทำแก่ คนผู้มายังสำนักของตน ย่อมไม่ได้คนผู้กระทำตอบแทนเหมือนกัน แล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka