Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 358

เล่ม มมร. 59 หน้า 358 ข้อ 1064
ละวัตถุกามทั้งหลาย ตามที่ตั้งอยู่นั่นเอง ด้วยสามารถแห่งส่วนมีรูป เป็นต้น แล้วก็จักบวชเที่ยวไปผู้เดียว. ปาฐะว่า ยโตธิกานิ ดังนี้ก็มี เนื้อความของปาฐะนั้นว่า กามทั้งหลายมีส่วนที่สำรวมแล้ว คือเว้นแล้ว ได้แก่มีส่วนที่เว้นแล้ว. บทว่า ปพฺพชิสฺสามิ ความว่า เพราะว่า ส่วน ๆ หนึ่งแห่งกิเลสกามทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นสิ่งที่เว้นแล้ว จำเดิมแต่ เวลาที่คิดแล้ว. แม้ส่วนของกามที่เป็นวัตถุของเขาที่ดับไปแล้ว ก็เป็น อันเขาเว้นแล้วเหมือนกัน. ภรรยานั้นครั้นได้ฟังถ้อยคำของเขาแล้ว จึงพูดว่า ข้าแต่นาย ตั้งแต่เวลาได้ฟังธรรมกถาของพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว แม้ฉันเองใจก็ ไม่สถิตอยู่ในบ้าน แล้วได้กล่าวคาถานี้ว่า :- เวลานี้เท่านั้น เวลาอื่นนอกจากนี้จะไม่ มีเลย ภายหลังคงไม่มีผู้พร่ำสอนฉัน ข้าแต่ ท่านผู้มีโชค ฉันเองก็จักพ้นจากมือชายเที่ยว ไปคนเดียว เหมือนนางนกพ้นจากข้อง ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา ความว่า ภรรยาชี้แจงว่า ผู้พร่ำสอนคือผู้ตักเตือนคงไม่มี เพราะผู้ ตักเตือนหาได้ยาก เพราะฉะนั้น เวลานี้เท่านั้นเป็นเวลาบวช เวลาอื่น ไม่มีแล้ว. บทว่า สกุณีว มุตฺตา ความว่า เมื่อนางนกทั้งหลายถูก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka