Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 462

เล่ม มมร. 59 หน้า 462 ข้อ 1128
ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช. ธรรมดาพระโพธิสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท. ขณะนั้นพระองค์ ตรวจดูหมู่สัตวโลก เห็นหญิงนั้นกำลังมีความทุกข์ ประสงค์จะถวาย มตกภัตต์แก่ธรรม ด้วยเข้าใจว่าธรรมได้สูญเสียแล้ว จึงทรงดำริว่า วันนี้เราจักแสดงกำลังของเรา ได้แปลงเพศเป็นพราหมณ์ทำเป็นเดิน ทางไป ครั้นเห็นหญิงนั้น จึงแวะไปยืนใกล้นาง กล่าวว่านี่แน่ะแม่คุณ ไม่มีธรรมดาที่ไหน ที่หุงหาอาหากันในป่าช้าท่านจะเอาข้าวสุกคลุกงา ที่ทำให้สุกในป่าช้านี้ไปทำอะไร ดังนี้ เมื่อจะเริ่มสนทนา จึงกล่าวคาถา ที่ ๑ ว่า :- ดูก่อนแม่กัจจานี ท่านสระผม นุ่งห่ม ผ้าขาวสะอาด ยกถาดสำหรับนึ่ง ขึ้นบนเตา ที่ทำด้วยศีรษะมนุษย์ ยีแป้ง ล้างงา ซาวข้าวสาร ทำไม ข้าวสุกคลุกงา จะมีไว้เพื่อเหตุอะไร ? พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้น ดังต่อไปนี้ :- ท้าวสักกเทวราช เรียกหญิงนั้น โดยโคตรว่า กัจจานี. บทว่า กุมฺภิมธิสฺสยิตฺวา ความว่า ยกถาดสำหรับนึ่งนี้ขึ้นบน เตาที่ทำด้วยศีรษะมนุษย์ บทว่า เหหิติ ความว่า ข้าวสุกคลุกงานี้จะมีไว้เพื่อเหตุอะไร คือท่านจะบริโภคด้วยตนเองหรือยังมีเหตุอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ ?
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka