Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 463

เล่ม มมร. 59 หน้า 463 ข้อ 1128
ลำดับนั้น หญิงนั้นเมื่อจะบอกความแก่ท้าวสักกะเทวราช ได้ กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- ดูก่อนพราหมณ์ ข้าวสุกคลุกงา ที่ทำ ให้สุกดีนี้ มิใช่เพื่อบริโภคเอง ธรรมคือความ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ และธรรมคือสุจริต ๓ ประการ ได้สูญไปแล้ว วันนี้ข้าพเจ้าจักทำการ บูชาธรรมนั้น ในกลางป่าช้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺโม ได้แก่ธรรมคือความอ่อนน้อม ต่อผู้เจริญ. และธรรมคือสุจริต ๓ ประการ. บทว่า ตสฺส ปหูนมชฺช ความว่า ข้าพเจ้าจักกระทำมตกภัตร คือภัตรเพื่อผู้ตายนี้ แก่ธรรมนั้น. ต่อจากนั้น ท้าวสักกเทวราช จึงได้ตรัสคาถาที่ ๓ :- ดูก่อนแม่กัจจานี เธอจงตริตรองก่อน แล้วจึงทำการงาน ใครบอกเธอว่า ธรรมสูญ เสียแล้ว ธรรมอันประเสริฐ เปรียบด้วยท้าว สหัสสเนตร มีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ ย่อม ไม่ตายในกาลไหน ๆ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka