ลำดับนั้น หญิงนั้นเมื่อจะบอกความแก่ท้าวสักกะเทวราช ได้
กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ดูก่อนพราหมณ์ ข้าวสุกคลุกงา ที่ทำ
ให้สุกดีนี้ มิใช่เพื่อบริโภคเอง ธรรมคือความ
อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ และธรรมคือสุจริต ๓
ประการ ได้สูญไปแล้ว วันนี้ข้าพเจ้าจักทำการ
บูชาธรรมนั้น ในกลางป่าช้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺโม ได้แก่ธรรมคือความอ่อนน้อม
ต่อผู้เจริญ. และธรรมคือสุจริต ๓ ประการ.
บทว่า ตสฺส ปหูนมชฺช ความว่า ข้าพเจ้าจักกระทำมตกภัตร
คือภัตรเพื่อผู้ตายนี้ แก่ธรรมนั้น.
ต่อจากนั้น ท้าวสักกเทวราช จึงได้ตรัสคาถาที่ ๓ :-
ดูก่อนแม่กัจจานี เธอจงตริตรองก่อน
แล้วจึงทำการงาน ใครบอกเธอว่า ธรรมสูญ
เสียแล้ว ธรรมอันประเสริฐ เปรียบด้วยท้าว
สหัสสเนตร มีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้ ย่อม
ไม่ตายในกาลไหน ๆ.