Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 557

เล่ม มมร. 59 หน้า 557 ข้อ 1179
สันอยากจะสึก พระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ได้ยินว่าเธอกระสันจะสึกจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นทราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า ใครทำให้เธอกระสัน เมื่อภิกษุทราบทูลว่า ภรรยาเก่า พระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่หญิงนั้น ทำความพินาศให้แก่เธอ แม้ในกาลก่อนเธอก็เสื่อมจากฌานสี่ ถึงความ ทุกข์ใหญ่ เพราะอาศัยหญิงนั้น แต่ได้อาศัยเราจึงพ้นจากทุกข์กลับได้ ฌานที่เสื่อมเสียไปแล้ว ดังนี้แล้ว ทรงน่าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดัง ต่อไปนี้ :- ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติอยู่ในพระ- นครพาราณสี พระโพธิสัตว์อาศัยปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัตนั้น เกิด ในครรภ์นางพราหมณีภรรยาปุโรหิตนั้น. ในวันที่พระโพธิสัตว์เกิด บรรดาอาวุธที่มีอยู่ทั่วพระนครลุกโพลงขึ้น เพราะเหตุนั้นญาติทั้ง หลาย จึงตั้งชื่อพระโพธิสัตว์ว่า โชติปาละ. โชติปาลกุมารนั้นครั้น เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปะทุกอย่างในเมืองตักกศิลา แล้วกลับมาแสดง ศิลปะแก่พระราชา ต่อมาได้ละอิสริยยศเสียไม่ให้ใคร ๆ รู้ หนีออก ทางอัคคทวาร เข้าป่าบวชเป็นฤาษีอยู่ในอาศรม ป่าไม้มะขวิดที่ท้าวสักก- เทวราชเนรมิตรถวาย ทำฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว. พระฤๅษีหลาย ร้อยห้อมล้อมเป็นบริวาร พระโชติปาลฤๅษีผู้อยู่ที่อาศรมนั้น. อาศรม นั้นได้เป็นมหาสมาคม มีลูกศิษย์ชั้นหัวหน้า ๗ องค์ องค์ที่ ๑ ชื่อว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka