สันอยากจะสึก พระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า
ได้ยินว่าเธอกระสันจะสึกจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นทราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า
ตรัสถามว่า ใครทำให้เธอกระสัน เมื่อภิกษุทราบทูลว่า ภรรยาเก่า
พระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่หญิงนั้น
ทำความพินาศให้แก่เธอ แม้ในกาลก่อนเธอก็เสื่อมจากฌานสี่ ถึงความ
ทุกข์ใหญ่ เพราะอาศัยหญิงนั้น แต่ได้อาศัยเราจึงพ้นจากทุกข์กลับได้
ฌานที่เสื่อมเสียไปแล้ว ดังนี้แล้ว ทรงน่าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดัง
ต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติอยู่ในพระ-
นครพาราณสี พระโพธิสัตว์อาศัยปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัตนั้น เกิด
ในครรภ์นางพราหมณีภรรยาปุโรหิตนั้น. ในวันที่พระโพธิสัตว์เกิด
บรรดาอาวุธที่มีอยู่ทั่วพระนครลุกโพลงขึ้น เพราะเหตุนั้นญาติทั้ง
หลาย จึงตั้งชื่อพระโพธิสัตว์ว่า โชติปาละ. โชติปาลกุมารนั้นครั้น
เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปะทุกอย่างในเมืองตักกศิลา แล้วกลับมาแสดง
ศิลปะแก่พระราชา ต่อมาได้ละอิสริยยศเสียไม่ให้ใคร ๆ รู้ หนีออก
ทางอัคคทวาร เข้าป่าบวชเป็นฤาษีอยู่ในอาศรม ป่าไม้มะขวิดที่ท้าวสักก-
เทวราชเนรมิตรถวาย ทำฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว. พระฤๅษีหลาย
ร้อยห้อมล้อมเป็นบริวาร พระโชติปาลฤๅษีผู้อยู่ที่อาศรมนั้น. อาศรม
นั้นได้เป็นมหาสมาคม มีลูกศิษย์ชั้นหัวหน้า ๗ องค์ องค์ที่ ๑ ชื่อว่า