สาลิสสรฤาษี ได้ออกจากอาศรมป่าไม้มะขวิด ไปอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำสา-
โตทกา ในสุรัฏฐชนบท มีฤาษีหลายพันองค์เป็นบริวาร. องค์ที่ ๒
ชื่อเมณฑิสสรฤๅษี ไปอาศัยนิคมกลัมพมูลกะ อยู่ในแว่นแคว้นของ
พระเจ้า ปโชตกราช มีฤาษีหลายพันองค์เป็นบริวาร. องค์ที่ ๓ ชื่อ
บรรพตฤาษีไปอาศัยอฏวีชนบทแห่งหนึ่งอยู่ มีฤาษีหลายพันเป็นบริวาร
องค์ที่ ๔ ชื่อกาฬเทวิลฤาษี ไปอาศัยโขดศิลาแห่งหนึ่งอยู่ ณ ทักษิณาบท
ในแคว้นอวันตี มีฤาษีหลายพันเป็นบริวาร. องค์ที่ ๕ ชื่อกิสวัจฉฤๅษี
ไปอาศัยนครกุมภวดีของเจ้าทัณฑกี อยู่องค์เดียวในพระราชอุทยาน.
องค์ที่ ๖ พระดาบสอนุสิสสะ เป็นอุปัฏฐากอยู่กับพระโพธิสัตว์ องค์ที่
๗ ชื่อว่านารทฤๅษี เป็นน้องชายกาฬเทวิลฤาษี ไปอยู่ในถ้ำที่เร้นแห่ง
หนึ่ง ในระหว่างข่ายภูเขาอัญชนคิรี ในป่ามัชฌิมประเทศแต่องค์เดียว.
ก็ ณ ที่ใกล้ ๆ ภูเขาอัญชนคิรี มีนิคมแห่ง ๑ มีมนุษย์อยู่มา
ด้วยกัน. ในระหว่างภูเขาอัญชนคิรีกับนิคมมีแม่น้ำใหญ่ พวกมนุษย์
พากันไปประชุมที่แม่น้ำนั้นมาก. พวกนางวรรณทาสีรูปงามทั้งหลาย
เมื่อเล้าโลมผู้ชายก็พากันไปนั่งที่ฝั่งแม่น้ำ. พระนารทดาบสเห็นนาง ๑
เข้าในบรรดานางเหล่านั้น มีจิตปฏิพัทธิ์จึงเสื่อมจากฌาน ซูบชีดตกอยู่
ในอำนาจกิเลส นอนอดอาหารอยู่ ๗ วัน. ลำดับนั้น กาฬเทวิลดาบส
ผู้เป็นพี่ชายของนารทดาบสใคร่ครวญดู ก็รู้เหตุนั้น จึงเหาะมาแล้วเข้า
ไปในถ้ำที่เร้น. นารทดาบสเห็นพระกาฬเทวิลดาบส จึงถามว่า ท่านมา
ทำไม ? กาฬเทวิลดาบสตอบว่า ท่านไม่สบายเรามาเพื่อรักษาท่าน.