Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 649

เล่ม มมร. 59 หน้า 649 ข้อ 1254
[๑๒๕๔] ครั้นพระหาริตฤาษีกล่าวคำนี้แล้ว มี ความบากบั่นอย่างแท้จริง คลายกามราคะได้ แล้ว ได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก. จบ หริตจชาดกที่ ๕ อรรถกถาหริตจชาดกที่ ๕ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ ภิกษุผู้กระสัน จึงได้ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สุตเมตํ มหาพฺรหเม ดังนี้. ความย่อมีว่า ภิกษุรูปนั้นเห็นมาตุคามคนหนึ่งแต่งตัวสวยงาม เกิดความกระสัน ปล่อยผมเล็บและหนวดไว้จนยาวอยากจะสึก พระ- อุปัชฌาย์อาจารย์แนะนำก็ไม่พอใจ พระศาสดาตรัสถามว่า จริงหรือ ภิกษุ ได้ยินว่าเธอกระสัน ? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระพุทธเจ้าข้า จึงตรัสถามว่า เหตุไรเธอจึงกระสัน เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า กระสัน ด้วยอำนาจกิเลส และได้เห็นมาตุคามแต่งตัวสวยงามพระเจ้าข้า. จึง ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดากิเลสย่อมไม่มีความชื่นบาน เพราะขจัด คุณความดี มีแต่จะให้ตกนรก และกิเลสนั้นทำไมจักไม่ทำให้เธอลำบาก เล่า มีแรงพัดเขาสิเนรุ ทำไมจักไม่พัดใบไม้เก่า ๆ ให้กระจัดกระจายได้ แม้พระมหาบุรุษผู้วิสุทธิชาติได้อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ดำเนินตาม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka