Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 844

เล่ม มมร. 59 หน้า 844 ข้อ 1389
ย่อมไม่มีก็ท่านเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นผู้สงบเพราะระงับกิเลสด้วย ฌานภาวนา ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกแล้ว เพราะฝึกจักษุทวารเป็นต้นให้พ้นจาก พยศหมดพิษ ยินดียิ่งแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้ ท่านทีปายนะ ผู้เจริญ ก็ท่านเกลียดชังความชั่วเพราะเหตุอะไร จึงสู้ฝืนใจประพฤติ- พรหมจรรย์อยู่ได้ ทำไมจึงไม่สึกมาครองเรือนเล่า ? เมื่อพระดาบสจะบอกเรื่องราวแก่เขา จึงได้กล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :- บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว กลับเข้า บ้านอีก เป็นคนเหลวไหล เป็นคนกลับกลอก เราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจประพฤติ พรหมจรรย์อยู่นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญ และเป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลาย เราเป็นผู้ กระทำบุญด้วยประการฉะนี้. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งคำเป็นคาถานั้นว่า :- เราเกลียดถ้อยคำเช่นนี้ว่า บุคคลเชื่อกรรมอันคำและผลแห่ง กรรม ละสมบัติเป็นอันมากออกบวชแล้วกลับมาเพื่อสิ่งที่ตนละอีก บุคคล นี้นั้นเป็นคนเหลวไหลหนอ เป็นคนกลับกลอกเหมือนเด็กชาวบ้านหนอ แม้จะไม่ปรารถนาเพราะกลัวหิริและโอตตัปปะของตนจะทำลาย ก็ต้อง ทนประพฤติพรหมจรรย์ไป ก็ธรรมดาว่าบรรพชาและบุญนั้นแม้นิด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka