หน่อย ก็เป็นฐานะที่วิญญูชนทั้งหลาย คือบัณฑิตทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า
เป็นต้นสรรเสริญอย่างยิ่ง และเป็นฐานะที่อยู่ของสัตบุรุษทั้งหลายเหล่า
นั้น เราเป็นผู้กระทำบุญด้วยประการฉะนี้ คือด้วยเหตุแม้นี้ แม้จะ
ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า ก็ฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้.
พระดาบสครั้นบอกอัธยาศัยของตนอย่างนี้แล้ว เมื่อจะย้อนถาม
นายมัณฑัพยะ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๖ ว่า :-
ท่านเลี้ยงดูสมณพราหมณ์ และคนเดิน
ทาง ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวน้ำและภิกษา-
หาร เรือนของท่านนี้บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ
เป็นเหมือนบ่อน้ำ เออ ก็ท่านเกลียดต่อถ้อยคำ
อะไรแม้ไม่ประสงค์ก็ให้ทานนี้ได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภิกฺขํ คือให้ภิกษาหารอย่างอุดม
สมบูรณ์แก่สมณพราหมณ์และคนเดินทางทั้งหลายผู้เที่ยวไปอยู่. บทว่า
โอปานภูตํว คือเหมือนบ่อน้ำสาธารณะซึ่งเขาขุดไว้ในทางหลวง ๔
แพร่ง.
ลำดับนั้น นายมัญฑัพยะเมื่อจะบอกอัธยาศัยของตน จึงกล่าว
คาถาที่ ๗ ว่า :-
บิดา มารดาและ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา
เป็นคนมีศรัทธาเป็นทานบดี รู้หลักนักปราชญ์