บทว่า อหึสํ สพฺพปาณินํ ความว่า นกจักรพรากกล่าวว่า
ส่วนเรามิได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงมากิน. บทว่า โส กรสฺสุ อานุภาวํ
ความว่า แม้ท่านนั้นจะทำความเพียรของตน ละความทุศีล กล่าวคือ
ปกติของตนเสีย. บทว่า อหึสาย คือเป็นผู้ประกอบด้วยอหิงสา
เที่ยวไปในโลก. บทว่า ปิโย โหหิสิ มมฺมิว ความว่า เมื่อเป็นอย่างนี้
ท่านย่อมจะเป็นที่รักของชาวโลกเช่นตัวเรานั้นเทียว. บทว่า น ชินาติ
คือไม่ทำทรัพย์ให้เสื่อมเอง. บทว่า น ชาปเย คือไม่ใช้ให้ผู้อื่นทำ
ทรัพย์ให้เสื่อม. บทว่า เมตฺตํโส คือมีเมตตาจิตอันเป็นส่วนแห่ง
ความรัก. บทว่า น เกนจิ ความว่า ขึ้นชื่อว่าเวรของผู้นั้น ย่อม
ไม่มีกับใคร ๆ แม้สักคนเดียว.
ฉะนั้น ท่านต้องการเป็นที่รักของโลกพร้อมทั้งเทวโลก ก็จงงด
เว้นจากเวรทั้งหมด นกจักรพรากแสดงธรรมแก่กาด้วยประการฉะนี้.
กากล่าวว่า ท่านไม่บอกอาหารของตนแก่เรา แล้วก็ร้อง กา กา บิน
ไปร่อนลง ณ พื้นที่ที่เจือด้วยอุจจาระในกรุงพาราณสี.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรง-
ประกาศสัจธรรมเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้เหลาะแหละดำรงอยู่ในอนาคา-
มิผล พระทศพลทรงประชุมชาดกว่า กาในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุ
ผู้เหลาะแหละในบัดนี้ นางนกจักรพรากในครั้งนั้น ได้มาเป็นมารดา
พระราหุลในบัดนี้ ส่วนนกจักรพรากในครั้งนั้น คือเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาจักกวากชาดกที่ ๑๓