Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 38

เล่ม มมร. 60 หน้า 38 ข้อ 1541
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุจิ แปลว่า ทรงผ้าอันสะอาด. บทว่า สฺตูรุ ท่านอธิบายว่า มีพระเพลาทั้ง ๒ ข้าง ประดิษฐานอยู่ด้วยดี พระนางทรงหยุดการเคลื่อนไหว ทรงพระภูษาอันสะอาด ประทับนั่งลำพัง เพียงพระองค์เดียว. บทว่า อนินฺทิตงฺคี ความว่า พระนางมีพระวรกาย หาที่ตำหนิมิได้ ตั้งแต่ปลายพระบาทจรดปลายพระเกศา คือมีพระสรีระอันทรง พระเสาวภาคย์เป็นเยี่ยม. บทว่า กินฺนรเนตฺตจกฺขุ ความว่า พระนางทรง มีพระเนตรทั้งคู่ เปรียบได้กับดวงเนตรของกินนร เพราะงดงามด้วยมณฑล ทั้ง ๓ และประสาททั้ง ๕. บทว่า อิเมกรตฺตึ ความว่า หม่อมฉันขอวิงวอน ตลอดราตรี ๑ นี้ คือคืนวันนี้ เราทั้งสองพึงอยู่ร่วมกันในห้องพระบรรทมอัน อลงกตนี้. ลำดับนั้น พระราชธิดา ได้ตรัสพระคาถา ๒ พระคาถาว่า พระนครนี้ มีคูรายรอบ มีป้อมและซุ้มประตู มั่นคง มีหมู่ทหารถือกระบี่รักษา ยากที่ใคร ๆ จะเข้า มาได้ ทหารนักรบหนุ่ม ก็ไม่ได้มีมาเลย เมื่อเป็น เช่นนี้ ท่านปรารถนามาพบข้าพเจ้าด้วยเหตุอะไรหนอ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอกิณฺณนฺตรปริกฺขํ ความว่า บุรี อันมีนามว่า สุรุนธนะนี้ มีบริเวณกว้าง ๑๒ โยชน์ มีคูรายรอบคั่นเป็นระหว่าง เพราะเรียงรายด้วยคูเป็นชั้น ๆ คือคูน้ำ คูตม และคูแห้ง. บทว่า ทฬฺหมณฺ- ฑาลโกฏฺกํ ความว่า ประกอบด้วยป้อมและซุ้มประตู อย่างแข็งแรงครบครัน. บทว่า ขคฺคหตฺเถหิ ความว่า มีทหารนับหมื่น ล้วนถืออาวุธเฝ้าล้อมแน่นหนา. บทว่า ทุปฺปเวสมิทํ ปุรํ ความว่า บุรีทั้งสิ้นนี้ก็ดี พระราชวังอันเป็นที่อยู่ ของข้าพเจ้า ที่สร้างไว้ภายในบุรีนั้นก็ดี ทั้ง ๒ แห่ง ใคร ๆ ไม่อาจที่จะเข้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka