Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 66

เล่ม มมร. 60 หน้า 66 ข้อ 1563
เหล่านั้นเลย ตรัสถามว่า สารถีผู้สหายเอ๋ย หยาดน้ำค้างเหล่านี้ ไปไหนหมด บัดนี้ฉันไม่เห็นมันเลย ทรงสดับว่า ขอเดชะ หยาดน้ำค้างเหล่านั้น เมื่อ ดวงอาทิตย์ขึ้นไปอยู่ ก็ละลายตกลงเหนือแผ่นดินหมดเลย พระเจ้าข้า ดังนี้แล้ว ทรงสลดพระทัยดำริว่า แม้ชีวิตและสังขารแห่งสัตว์เหล่านี้ ก็เป็นเสมือน หยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า เรายังไม่ถูกชรา พยาธิ และมรณะเบียดเบียน เลยทีเดียว ควรจะอำลาพระมารดา พระราชบิดาไปบวชดังนี้แล้ว จึงทรง กระทำหยาดน้ำค้างนั่นแล ให้เป็นอารมณ์ ทรงเห็นภพทั้ง ๓ ประดุจมีเพลิงลุก ทั่วไป เสด็จมาถึงพระตำหนักของพระองค์แล้ว ก็ทรงดำเนินไปยังพระตำหนัก พระราชบิดา ผู้ประทับนั่งอยู่ ณ วินิจฉัยศาลา อันตกแต่งประดับประดาดีแล้ว ถวายบังคมพระราชบิดา ประทับยืน ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อจะทูลขออนุญาต บรรพชา จึงตรัสพระคาถาที่ ๑ ว่า หม่อมฉัน ขอถวายบังคมพระองค์ ผู้เป็นจอมทัพ มีมิตรและอำมาตย์แวดล้อมแน่นขนัด ข้าแต่พระทูล- กระหม่อม หม่อมฉันจักบวช ขอได้โปรดทรงอนุญาต เถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปริพฺยุฬฺหํ แปลว่า แวดล้อมแล้ว. บทว่า ตํ เทโว ความว่า ขอพระทูลกระหม่อม ทรงโปรดได้อนุญาตการบรรพชา แก่กระหม่อมฉันนั้นเถิด. ลำดับนั้น พระราชาเมื่อจะทรงห้ามท่าน จึงตรัสพระคาถาที่ ๒ ว่า ถ้าเธอยังบกพร่องด้วยกามทั้งหลาย ฉันจักเพิ่ม เติมให้เต็มครบ ผู้ใดเบียดเบียนเธอ ฉันจักห้ามปราม พ่อยุธัญชัยเอ๋ย อย่าเพิ่งบวชเลย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka