Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 218

เล่ม มมร. 60 หน้า 218 ข้อ 1737
เมื่อก่อน ท่านไม่ได้พูดถึงคลองแห่งนักขัตฤกษ์ ได้เอ่ยถึงขณะแลครู่ ทันใดนั้น ท่านก็นำเอาผลมะม่วง เป็นอันมาก อันประกอบด้วยสี กลิ่น และรส มาให้ เราได้. ดูก่อนพราหมณ์ แม้เมื่อก่อนผลไม้ทั้งหลาย ย่อม ปรากฏด้วยร่ายมนต์ของท่าน วันนี้แม้ท่านจะร่ายมนต์ ไม่อาจให้สำเร็จได้ วันนี้สภาพของท่านเป็นอย่างไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น วาเทสิ แปลว่า ย่อมไม่อาจ. บทว่า ชปฺปมฺปิ ความว่า ท่านจะท่องบ่นก็ดี จะร่ายมนต์ก็ดี. บทว่า อยํ โส ความว่า สภาพของท่านนี้นั้น เป็นอย่างไรในวันนี้. มาณพฟังพระดำรัสนั้นแล้ว คิดว่า เราไม่อาจจะลวงพระราชาด้วย มุสาวาท แม้ว่าเราสารภาพความจริงแล้ว พระองค์คงไม่ลงพระราชอาญา เรา ต้องสารภาพความจริงเสียเถอะ ดังนี้แล้ว จึงกราบทูล ๒ คาถาว่า บุตรของคนจัณฑาล ได้บอกมนต์ให้ข้าพระบาท โดยธรรมและได้สั่งกำชับข้าพระบาทว่า ถ้ามีใครมา ถามถึงชื่อและโคตรของเราแล้ว เจ้าอย่าปกปิด มนต์ ทั้งหลายก็จะไม่ละเจ้า. ข้าพระบาทนั้น ครั้นพระองค์ผู้เป็นจอมแห่ง ประชาชนถามถึงอาจารย์ อันความลบหลู่ครอบงำแล้ว ได้กราบทูลเท็จว่า มนต์เหล่านี้เป็นของพราหมณ์ ข้า พระบาทจึงเป็นผู้เสื่อมมนต์ เป็นเหมือนกำพร้าร้องไห้ อยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka