บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺเมน ความว่า ได้ให้มนต์โดยธรรม
สม่ำเสมอ โดยเหตุ โดยไม่ปกปิดเลย. บทว่า ปกติญฺจ สํสิ ความว่า
บุตรของคนจัณฑาลได้กำชับถึงความเสื่อมและความปกติแห่งมนต์เหล่านั้นแก่
เราว่า ถ้าใคร ๆ มาถามถึงนามและโคตรของเรา เจ้าอย่าปกปิด ถ้าปกปิด
มนต์ของเจ้าจักเสื่อม. บทว่า พฺราหฺมณสฺส มิจฺฉา ความว่า ข้าพระองค์
ได้บอกผิดไปว่า ข้าพระองค์ได้เรียนมาจากสำนักของพราหมณ์ เพราะฉะนั้น
มนต์ทั้งหลายของข้าพระองค์จึงเสื่อม ข้าพระองค์นั้น มีมนต์อันเสื่อมแล้ว
บัดนี้ย่อมร้องไห้เหมือนคนกำพร้า.
พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงกริ้วว่า เจ้านี่ลามกมองไม่เห็นรัตนะ
เห็นปานนี้ เมื่อได้รัตนะอันสูงสุดเช่นนี้แล้ว เรื่องชาติจักกระทำอะไรให้ได้
เมื่อทรงติเตียนเขา จึงตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
บุรุษต้องการน้ำหวาน จะพึงได้น้ำหวานจาก
ต้นไม้ใด จะเป็นต้นละหุ่งก็ตาม ต้นสะเดาก็ตาม ต้น
ทองหลางก็ตาม ต้นไม้นั่นแล เป็นต้นไม้สูงสุดของ
บุรุษนั้น.
บุรุษพึงรู้แจ้งธรรมจากผู้ใด เป็นกษัตริย์ก็ตาม
เป็นแพทย์ก็ตาม เป็นศูทรก็ตาม เป็นคนจัณฑาลก็ตาม
คนเทหยักเยื่อก็ตาม ผู้นั้นก็จัดเป็นคนสูงสุดของบุรุษ
นั้น.
ท่านทั้งหลายจงลงอาชญาและเฆี่ยนตีมาณพผู้นี้
แล้วจับมาณพลามกผู้นี้ ไสคออกไปเสีย มาณพใด