เดียรัจฉานนั้น จึงเข้าใจได้ง่าย แต่ฝูงคนกักขฬะ เหตุนั้นคำพูดของฝูงคนนั้น
จึงเข้าใจได้ยากกว่า. บทว่า โย ปุพฺเพ ความว่า บุคคลใด มีใจดีกันก่อน
ทีเดียว ก็พอจะนับถือกันอย่างนี้ว่า เธอเป็นญาติของฉัน เป็นมิตรของฉัน
เป็นสหายคู่ชีวิตของฉัน ภายหลังคนนั้นเองกลายเป็นผู้เกลียดชัง เป็นไพรีไป
ก็ได้ หัวใจมนุษย์เข้าใจยากเช่นนี้. บทว่า นิวิสติ ความว่า ข้าแต่พระมหาราช
ใจจอดจ่อด้วยอำนาจความรักในบุคคลใด บุคคลนั้นถึงจะอยู่ไกลสุดไกล ก็แม้น
กับอยู่ในที่ไม่ไกลเลยทีเดียว แต่ใจเหินห่างออกไปในบุคคลใด บุคคลนั้นถึงอยู่
ใกล้ ๆ ก็เหมือนอยู่ไกล. บทว่า อนฺโตปิ โส โหติ ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า
ผู้ใดเป็นสหาย มีจิตเลื่อมใส ผู้นั้นถึงจะอยู่คนละฝั่งทะเล ก็ย่อมเป็นเหมือน
อยู่ใกล้ชิด เพราะมีจิตประสานกัน ผู้ใดมีจิตคิดประทุษร้าย ผู้นั้นก็ชื่อว่า
อยู่คนละฝั่งทะเล เพราะจิตไม่ประสานกัน. บทว่า เย ทิสา เต ความว่า
คนเหล่าใดเป็นผู้มีเวรเป็นข้าศึกกัน ถึงจะอยู่ร่วมกัน คนเหล่านั้นก็เหมือนอยู่
ไกลกัน แต่ปวงบัณฑิตผู้สงบระงับ แม้สถิต ณ ที่ห่างไกล คำนึงถึงกันอยู่
ด้วยใจอันอบรมด้วยเมตตาก็ชื่อว่าเหมือนอยู่ ณ ที่ใกล้. บทว่า ปุรา เต คจฺฉามิ
ความว่า หม่อมฉันยังเป็นผู้น่ารักของพระองค์ตราบใด ก็จะขอบังคมลา
พระองค์ไปตราบนั้นทีเดียว.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะพระโพธิสัตว์นั้นว่า
เมื่อเราวิงวอนอยู่อย่างนี้ ถ้าท่านมิได้รู้ถึงความ
นับถือของเรา ท่านก็มิได้ทำตามคำวิงวอนของเรา ซึ่ง
จะเป็นผู้ปรนนิบัติท่าน เมื่อเป็นอย่างนี้ เราขอวิงวอน
ท่านว่า ท่านพึงหมั่นมาที่นี้บ่อย ๆ นะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ เจ ความว่า ดูก่อนพญาหงส์ ถ้าท่าน
จะไม่ยินยอมตามคำวิงวอน ของพวกเราผู้ประคองอัญชลีขออยู่เช่นนี้ มิได้กระทำ