ตามถ้อยคำพองพวกเรา ผู้จะปรนนิบัติท่าน เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราจึง
ขอร้องท่านอย่างนี้. บทว่า ปุน กยิราสิ ปริยายํ ความว่า ท่านพึงกำหนด
วาระแห่งการมา ณ ที่นี้ ตามกาลอันสมควร.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า
ข้าแต่พระมหาราชาเจ้าผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งรัฐ ถ้า
เราอยู่กันเป็นปกติอย่างนี้ อันตรายจักยังไม่มีทั้งแก่
พระองค์และแก่ข้าพระองค์ เป็นอันแน่นอนว่า เรา
ทั้งสองคงได้พบเห็นกันในเมื่อวันคืนผ่านไปเป็นแน่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ เจ โน ความว่า ข้าแต่พระมหาราช
ผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งแคว้น พระองค์อย่าทรงเสียพระหทัยเลย เมื่อเราคงอยู่เป็น
ปกติ อันตรายแห่งชีวิตจักไม่มี อันเชื่อได้แน่นอนว่า เราทั้งสองคงต้องพบ
กันแน่ อีกนัยหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งพระโอวาทที่หม่อมฉันถวายทั้งหมดนั้น ไว้
ในฐานะแห่งหม่อมฉัน มิได้ทรงประมาท ในโลกสันนิวาส อันมีความเป็นอยู่
ชั่วครู่เช่นนี้ ทรงกระทำบุญมีให้ทานเป็นอาทิ มิได้ทรงละเมิดทศพิธราชธรรม
ดำรงราชย์โดยธรรม เป็นอันแน่นอนว่า เมื่อพระองค์ทรงกระทำตามโอวาท
ของหม่อมฉันเช่นนี้ ก็จักเห็นหม่อมฉันเรื่อยทีเดียว.
พระมหาสัตว์ถวายโอวาทพระราชาอย่างนี้แล้ว ก็บินไปเขาจิตตกูฏแล.
พระศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย แม้ในปางก่อน ถึงเราจะเกิดในกำเนิดดิรัจฉาน ก็เคยชี้แจงความ
ทรพลของอายุสังขาร แสดงธรรมได้เหมือนกันด้วยประการฉะนี้ ประชุม
ชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็นอานนท์ น้องเล็ก ได้มาเป็น
โมคคัลลานะ น้องกลางได้มาเป็นสารีบุตร ฝูงหงส์ที่เหลือได้มาเป็น
พุทธบริษัท ส่วนชวนหงส์ คือเราตถาคตแล.
จบอรรถกถาชวนหังสชาดก