Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 253

เล่ม มมร. 60 หน้า 253 ข้อ 1776
ดูก่อนนารทะ เจ้าอย่าเที่ยวไปใกล้บาทมูลแห่ง พระราชาทั้งหลาย ผู้เป็นอิสระ และเป็นอธิบดีเหล่านั้น พระราชานั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นอสรพิษของพรหม- จรรย์. บุคคลผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไป ใกล้เรือนใด พึงรู้กุศล คืออโคจร ๕ ที่ควรเว้นในสกุล นั้นแล้วพึงเที่ยวแสวงหาอาหารในเรือนนั้น บุคคล เข้าไปสู่ตระกูลอื่นเพื่อปานะหรือโภชนะแล้วพึงรู้จัก ประมาณบริโภคแต่พอควรและไม่พึงใส่ใจในรูปหญิง. เจ้าจงเว้นให้ห่างไกลซึ่งการตั้งคอกโค ร้านขาย สุรา คนเกเร ที่ประชุมและขุมทรัพย์ทั้งหลาย เหมือน บุคคลผู้ไปด้วยยาน เว้นหนทางอันไม่ราบเรียบฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสโว ได้แก่ยาพิษอันเป็นเช่นกับน้ำดอง ดอกไม้เป็นต้น. บทว่า ตทาหุ ความว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวสุรานั้นกล่าว คือน้ำดองว่าเป็นพิษแห่งพรหมจรรย์. บทว่า ปมตฺตํ ได้แก่ ผู้มีสติหลงลืม. บทว่า ตูลภฏฺํว ความว่า เปรียบดังปุยนุ่นที่ถูกลมพัดจากต้นร่วงลงมา. บทว่า อกฺขาโต แปลว่า อันบัณฑิตมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นตรัสแล้ว. บทว่า สิโลโก ได้แก่ เกียรติคุณ. บทว่า สกฺกาโร ได้แก่ กรรมมีอัญชลีกรรม เป็นต้น. บทว่า ปูชา ได้แก่ การบูชาด้วยสักการะมีของหอมและระเบียบ ดอกไม้เป็นต้น. บทว่า ปงฺโก ความว่า บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเปือกตม เพราะอรรถว่า ทำให้จมลง. บทว่า มหนฺเต แปลว่า ถึงความเป็นผู้มีอานุภาพ มาก. บทว่า น เตสํ ปาทโต จเร ความว่า ไม่พึงเที่ยวไปใกล้พระบาท ของพระราชาเหล่านั้น คือไม่พึงเข้าถึงราชสกุล. จริงอยู่ พระราชาทั้งหลายทรง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka