[๑๗๘๒] ผู้ใดถูกถามเนือง ๆ ถึงทุกข์ของตน
ย่อมบอกในกาลอันไม่ควร ผู้นั้นย่อมมีแต่มิตรผู้แสวง-
หาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย.
[๑๗๘๓] บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบัณฑิต
ผู้มีปัญญาว่าใจร่วมกัน แล้วพึงบอความทุกข์
ทั้งหลายแก่บุคคลผู้เป็นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความ
ทุกข์ร้อนแก่ผู้อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์.
[๑๗๘๔] อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของ
ตนไม่ได้ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของโลกนี้จะมีเพื่อถึงความ
สุขสำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็งหิริ
และโอตตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความ
ทุกข์ร้อนไว้ผู้เดียวเท่านั้น.
[๑๗๘๕] ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ต้อง
การจะหาทรัพย์ให้อาจารย์ จึงเที่ยวไปทั่วแว่นแคว้น
นิคม และราชธานีทั้งหลาย.
[๑๗๘๖] ขอกะคฤหบดี ราชบุรุษ และพราหมณ์
มหาศาลได้ทองคำ ๗ ลิ่ม ทองคำ ๗ ลิ่มของข้าพระองค์
นั้นหายเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงเศร้าโศก
มาก.
[๑๗๘๗] ข้าแต่พระมหาบุรุษ บุรุษผู้เป็นทูตของ
พระองค์เหล่านั้น ข้าพระองค์คิดรู้ด้วยใจว่า ไม่
สามารถจะปลดเปลื้องข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะ
เหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่บอกแก่บุรุษเหล่านั้น.