Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 256

เล่ม มมร. 60 หน้า 256 ข้อ 1782 1783 1784 1785 1786 1787
[๑๗๘๒] ผู้ใดถูกถามเนือง ๆ ถึงทุกข์ของตน ย่อมบอกในกาลอันไม่ควร ผู้นั้นย่อมมีแต่มิตรผู้แสวง- หาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย. [๑๗๘๓] บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบัณฑิต ผู้มีปัญญาว่าใจร่วมกัน แล้วพึงบอความทุกข์ ทั้งหลายแก่บุคคลผู้เป็นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความ ทุกข์ร้อนแก่ผู้อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์. [๑๗๘๔] อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของ ตนไม่ได้ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของโลกนี้จะมีเพื่อถึงความ สุขสำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็งหิริ และโอตตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความ ทุกข์ร้อนไว้ผู้เดียวเท่านั้น. [๑๗๘๕] ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ต้อง การจะหาทรัพย์ให้อาจารย์ จึงเที่ยวไปทั่วแว่นแคว้น นิคม และราชธานีทั้งหลาย. [๑๗๘๖] ขอกะคฤหบดี ราชบุรุษ และพราหมณ์ มหาศาลได้ทองคำ ๗ ลิ่ม ทองคำ ๗ ลิ่มของข้าพระองค์ นั้นหายเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงเศร้าโศก มาก. [๑๗๘๗] ข้าแต่พระมหาบุรุษ บุรุษผู้เป็นทูตของ พระองค์เหล่านั้น ข้าพระองค์คิดรู้ด้วยใจว่า ไม่ สามารถจะปลดเปลื้องข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะ เหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่บอกแก่บุรุษเหล่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka