Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 406

<< | หน้าที่ 406 | >>
{๑๗๘๑} [๕๘] คนบางคนเบื้องต้นเป็นคนใจดี ย่อมนับถือกันว่า

เป็นญาติ เป็นมิตร หรือเป็นเพื่อนอย่างนี้บ้าง

ภายหลังกลายเป็นศัตรูไปก็มี

{๑๗๘๒} [๕๙] คนใดถูกเขาถามถึงความทุกข์ของตนอยู่บ่อย ๆ

พึงบอกให้ทราบในเวลาอันไม่สมควร

พวกศัตรูของคนนั้นย่อมพอใจ

ส่วนคนที่หวังประโยชน์ต่อเขาย่อมเป็นทุกข์

{๑๗๘๓} [๖๐] ส่วนนักปราชญ์รู้กาลอันสมควร

ทราบความมีใจของพวกมีปัญญาเป็นอันเดียวกับตนแล้ว

พึงบอกความทุกข์อันแรงกล้าแก่คนอื่นชนิดนั้น

พึงเปล่งถ้อยคำอันอ่อนหวาน มีประโยชน์

{๑๗๘๔} [๖๑] อนึ่ง ถ้านักปราชญ์พึงรู้ถึงทุกข์ที่ทนไม่ได้ของตนว่า

โลกธรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ถึงความสุขเฉพาะเราเท่านั้นหามิได้

พึงเพ่งถึงสัจจะ หิริ และโอตตัปปะเท่านั้น

อดกลั้นความทุกข์อันแรงกล้าเพียงผู้เดียว

(พระโพธิสัตว์กราบทูลอีกว่า)

{๑๗๘๕} [๖๒] ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ต้องการทรัพย์เพื่อให้อาจารย์

จึงท่องเที่ยวไปขอยังแว่นแคว้น นิคม และราชธานีต่าง ๆ

{๑๗๘๖} [๖๓] ขอเดชะพระมหาราช ผู้ทรงเป็นใหญ่แห่งหมู่ชน

ข้าพระองค์ได้ขอกับพวกคหบดี ราชบุรุษ

และพราหมณ์มหาศาล จึงได้ทองคำมา ๗ แท่ง

ทองคำเหล่านั้นของข้าพระองค์สูญหายเสียแล้ว

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงเศร้าโศกมาก

{๑๗๘๗} [๖๔] ขอเดชะพระมหาราช คนเหล่านั้นข้าพระองค์คิดไตร่ตรองดู

แล้วว่า ไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องทุกข์ได้

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่บอกแก่เขาเหล่านั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka