[๑๗๙๕] ช้างกุญชรตัวประเสริฐ เกิดในตระกูล
อุโบสถย่อมไม่เข้าไปใกล้ประเทศนั้นเลย ด้วยเหตุมี
ประมาณเท่านี้.
[๑๗๙๖] ช้างตัวประเสริฐนี้ เป็นช้างเกิดแล้วใน
ตระกูลอุโบสถโดยแท้ ถึงกระนั้น ก็ไม่อาจจะเข้าไป
ใกล้ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้ ถ้าพระองค์ยังทรง
สงสัยอยู่ ก็จงทรงไสช้างพระที่นั่งไปเถิด.
[๑๗๙๗] พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว
จึงทรงใคร่ครวญถ้อยคำของปุโรหิตผู้ชำนาญการพยา-
กรณ์ว่า เราจักรู้ถ้อยคำของปุโรหิตนี้ว่าจริงหรือไม่จริง
อย่างนี้แล้ว ทรงไสช้างพระที่นั่งไป.
[๑๗๙๘] ฝ่ายช้างพระที่นั่งนั้น ถูกพระราชา
ทรงไสไปแล้ว ก็เปล่งเสียงดุจนกกระเรียนแล้วถอย-
หลังทรุดคุกลง ดังอดทนภาระหนักไม่ได้.
[๑๗๙๙] ปุโรหิตภารทวาชะชาวกาลิงครัฐ รู้ว่า
ช้างพระที่นั่งสิ้นอายุแล้ว จึงรีบกราบทูลพระเจ้า-
กาลิงคะว่า ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญเสด็จไปทรง
ช้างพระที่นั่งเชือกอื่นเถิด ช้างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุ
แล้ว พระเจ้าข้า.
[๑๘๐๐] พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึง
รีบเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่งเชือกใหม่ เมื่อพระราชา
เสด็จก้าวไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้วก็ล้มลง