Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 408

<< | หน้าที่ 408 | >>
{๑๗๙๕} [๗๒] พญาช้างเหล่าใดถึงจะเป็นช้างแก้วและเกิดในตระกูลสูง

พญาช้างเหล่านั้นก็เข้าไปใกล้สถานที่มีประมาณเพียงนั้นไม่ได้

{๑๗๙๖} [๗๓] พญาช้างถึงจะเกิดในตระกูลสูงก็จริง

ขอพระองค์ทรงไสพญาช้างตัวที่ฝึกแล้วไปเถิด

สถานที่มีประมาณเพียงนี้ พญาช้างก็ไม่สามารถจะเข้าไปได้

{๑๗๙๗} [๗๔] พระเจ้ากาลิงคะครั้นทรงสดับถ้อยคำนั้นแล้ว

ทรงใคร่ครวญวาจาของปุโรหิตผู้พยากรณ์

แล้วทรงไสพญาช้างไปด้วยพระดำริว่า

เราจักรู้ตามคำที่พราหมณ์นี้พูดจริงหรือ

{๑๗๙๘} [๗๕] ส่วนพญาช้างที่พระราชาทรงไสไป

ได้เปล่งเสียงโกญจนาทอันกึกก้อง ได้ถอยหลังคุกเข่าลง

เหมือนไม่สามารถจะนำภาระอันหนักไปได้

{๑๗๙๙} [๗๖] พราหมณ์ปุโรหิตภารทวาชะชาวกาลิงคะรู้ว่า

พระคชาธารสิ้นชีพเสียแล้วจึงได้รีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า

ขอพระองค์เสด็จประทับพระคชาธารเชือกอื่นเถิด

พระคชาธารเชือกนี้สิ้นชีพแล้ว พระเจ้าข้า

{๑๘๐๐} [๗๗] พระเจ้ากาลิงคะครั้นได้สดับคำนั้นแล้ว

รีบประทับพระคชาธารเชือกอื่น

เมื่อพระราชาเสด็จประทับแล้ว

พระคชาธารก็ล้มลงบนแผ่นดิน ณ ที่นั้นเอง

เป็นอันว่า คำของปุโรหิตผู้ถวายพยากรณ์

ได้เป็นจริงตามที่ช้างปรากฏแล้ว

{๑๘๐๑} [๗๘] พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัส

กับพราหมณ์ปุโรหิตกาลิงคะดังนี้ว่า

ท่านนั่นแหละเป็นสัมพุทธะ สัพพัญญูรู้เห็นเหตุทั้งปวง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka