บทว่า เอตฺตาวตา ความว่า ช้างเชือกประเสริฐทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ไปใกล้
ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้เลย แม้จะถูกตักเตือนก็ไม่เข้าไป. บทว่า อภิชาโต
ความว่า ช้างเชือกประเสริฐนี้ ในตระกูลอุโปสถ ครอบงำ ก้าวล่วง ตระกูลช้าง
ทั้ง ๘ มีโคจริยาเป็นต้น. บทว่า กุญฺชรํ แปลว่า ชนิดสูงสุด. บทว่า
เอตฺตาวตา ความว่า ช้างประเสริฐนี้ ไม่สามารถเข้าไปประเทศมีประมาณ
เท่านี้ได้ คือไม่อาจเข้าไปให้ยิ่งกว่านั้นไปได้ พระองค์เมื่อหวังเฉพาะจงให้
สัญญาด้วยขอเพชรแล้วไสไป. บทว่า เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา ความว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระราชาพระองค์นั้น ทรงตรวจตราใคร่ครวญถ้อยคำ
ของกาลิงคภารทวาชปุโรหิตนั้นเชี่ยวชาญชำนาญในการพยากรณ์ลักษณะแล้ว
ใคร่ครวญพิจารณาว่า เราจักรู้คำของผู้นี้เป็นความหรือไม่จริงดังนี้ จึงไสช้าง
พระนั่งไป. บทว่า โกญฺโจว อภินทิตฺวา ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ช้างเชือกประเสริฐนั้น อันพระราชาทรงเตือนแล้วด้วยขอประดับเพชรแล้วไส
ไป จึงเปล่งเสียงร้องเหมือนเสียงนกกระเรียน ถอยไปชูงวงขึ้นน้อมคอเข้าไป
นั่งอยู่บนอากาศนั่นเอง ทำเป็นเหมือนไม่อาจจะนำภาระหนักไปได้.
ช้างพระที่นั่งนั้น เมื่อถูกพระเจ้าจักรพรรดิทิ่มแทงอยู่บ่อย ๆ ไม่อาจจะ
อดกลั้นทุกขเวทนาได้ทำกาละแล้ว.
ส่วนพระเจ้ากาลิงคะ เมื่อไม่ทราบว่าช้างทรงถึงแก่ความตาย จึงคง
ประทับอยู่ ณ ที่นั้น. ปุโรหิตภารทวาชะ ชาวกาลิงคะจึงกราบทูลว่า ข้าแต่
พระมหาราชเจ้า ช้างพระที่นั่งของพระองค์สิ้นชีวิตแล้ว ขอพระองค์ทรงก้าว
ไปสู่ช้างเชือกอื่นเถิด พระพุทธเจ้าข้า.
พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาที่ ๑๐ ว่า