Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 277

เล่ม มมร. 60 หน้า 277 ข้อ 1805
ปุโรหิตภารทวาชะกาลิงครัฐ รู้ว่าช้างพระที่นั่ง สิ้นอายุแล้ว จึงรีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ข้าแต่ พระมหาราชเจ้า ขอเชิญเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่งเชือก อื่นเถิด ช่างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุแล้วพระเจ้าข้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาโค ขณายุโก ความว่า ช้างเชือก ประเสริฐของพระองค์ ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว เพราะเมื่อพระราชาจะทรงทำพระ- ราชกิจอะไรๆ ไม่สามารถประทับนั่งบนหลังได้ ขอพระองค์จงทรงก้าวไปทรง ช้างประเสริฐเชือกอื่น เพื่อเสด็จไปโดยที่สุดแห่งโพธิมณฑล. ด้วยกำลังพระฤทธิ์ของพระเจ้ากาลิงคะ ช้างเชือกประเสริฐอื่นก็มาจาก ตระกูลอุโปสถแล้วน้อมหลังเข้าไปใกล้พระเจ้ากาลิงคะ. พระเจ้ากาลิงคะเสด็จ ประทับนั่งบนหลังของช้างเชือกนั้น. ขณะนั้น ช้างเชือกที่ตายก็ล้มลงไปบน พื้นดิน. พระศาสดา เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาอีกว่า พระเจ้ากาลิงคะ ทรงสดับคำนั้นแล้วจึงรีบเสด็จ ไปทรงช้างพระที่นั่งเชือกใหม่ เมื่อพระราชาเสด็จก้าว ไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้วก็ล้มลง ณ พื้นดิน ที่นั่นเอง ถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ เป็นอย่างใด ช้างพระที่นั่งเป็นอย่างนั้น. ลำดับนั้น พระเจ้ากาลิงคราชจึงเสด็จลงจากอากาศ แล้วทอดพระเนตร ดูโพธิมณฑลเห็นปาฏิหาริย์ เมื่อจะทรงสรรเสริญปุโรหิตภารทวาชะจึงตรัสว่า พระเจ้ากาลิงคะ ได้ตรัสกะพราหมณ์ภารทวาชะ ชาวกาลิงครัฐ อย่างนี้ว่า ท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เหตุ ทั้งปวงโดยแท้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka