พราหมณ์ปุโรหิตมิได้รับคำสรรเสริญนั้น ตั้งตนไว้ในฐานะอันต่ำ
แล้วเข้าใกล้สรรเสริฐพระพุทธคุณเท่านั้น.
พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
กาลิงคพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำสรรเสริญนั้น จึง
ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์เป็นผู้
ชำนาญการพยากรณ์ชื่อว่า พุทธะ ผู้รู้เหตุทั้งปวงก็จริง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวยฺยญฺชนิกา ความว่า ข้าแต่พระ-
มหาราชเจ้า ข้าพระองค์เห็นพยัญชนะแล้ว เป็นผู้สามารถเมื่อพยากรณ์ได้
ชื่อว่าสุคตพุทธะ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ก็พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้เหตุทั้งปวง
เป็นผู้รู้ธรรมทั้งปวง ความที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงทราบและทรงรู้แจ้งเหตุ
ทั้งปวงต่างด้วยอดีตเหตุเป็นต้น คือพระพุทธเจ้าเหล่านั้นย่อมรู้เห็นทั้งปวง
ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ โดยลักษณะ ส่วนข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นผู้สามารถ
ในอาคม (นิกายเป็นที่มา) รู้ด้วยกำลังศิลปะเท่านั้น และรู้เพียงเอกเทศเดียว
เท่านั้น ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายรู้เหตุทั้งปวงแล.
เจ้ากาลิงคะได้สดับพุทธคุณแล้วเกิดโสมนัส จึงให้ชนผู้อยู่ในสกล
จักรวาลนำของหอมเเละมาลาเป็นอันมาก มากระทำการบูชาพระมหาโพธิมณฑล
สิ้น ๗ วัน.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถา
ว่า
พระเจ้ากาลิงคะ ทรงนำเอามาลาและเครื่องลูบ-
ไล้พร้อมด้วยดนตรีต่าง ๆ ไปบูชาพระมหาโพธิ์แล้ว
รับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อมไว้.