Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 345

เล่ม มมร. 60 หน้า 345 ข้อ 1871
ดูก่อนพราหมณ์ แม้เราจะรู้จักชัดความข้อนี้ว่า เนื้อเป็นอาหารของกษัตริย์ ก็แต่ว่า เราจะบูชาคุณที่ ละมั่งได้ทำไว้แก่เราในครั้งก่อน เพราะเหตุนั้น เราจึง ไม่ฆ่าละมั่งนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุพฺเพ กตญฺจ ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ แม้ฉันก็ทราบข้อนี้แจ่มแจ้งว่า มฤคเป็นอาหารแห่งกษัตริย์ แต่ฉันบูชาคุณที่ ละมั่งกระทำในปางก่อน เพราะเหตุนั้น เราไม่ขอฆ่าเนื้อละมั่งเป็นเด็ดขาด. ลำดับนั้น ท้าวสุกกะตรัสคาถา ๒ คาถาว่า ข้าแต่มหาราชเป็นใหญ่แห่งทิศ นั่นมิใช่เนื้อ นั่นเป็นท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าอสูร ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นจอมแห่งมนุษย์ พระองค์จงฆ่าท้าวสักกเทวราช นั้นเสีย แล้วจักได้เป็นใหญ่ในหมู่อมรเทพ. ข้าแต่พระราชาผู้องอาจ ประเสริฐกว่านรชน ถ้าว่าพระองค์ยังทรงลังเลใจไม่ฆ่าละมั่ง ซึ่งเป็นสหาย พระองค์พร้อมด้วยพระราชโอรส และพระราชชายา จักต้องไปยังเวตรณีนรกของพญายม. บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า อสุเรโส นี้ท้าวสักกะตรัสด้วยความ ประสงค์ว่า อสูรนั่นเป็นท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่าอสูร ด้วยบทว่า อมราธีโป นี้ท้าวสักกะตรัสว่า ท่านจงฆ่าท้าวสักกะนั่นแล้วเป็นท้าวสักกเทวราชเสียเอง. ด้วยบทว่า เวตรณี ยมสฺส นี้ท้าวสักกะทำให้พระราชาทรงสะดุ้งว่า ถ้าพระองค์ ทรงคิดว่าเป็นสหายของเราแล้วไม่ฆ่าเนื้อละมั่งนั่นไซร้ พระองค์พร้อมทั้งพระ- โอรสและพระชายาจะต้องไปนรกเวตรณีของพญายม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka