Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 380

เล่ม มมร. 60 หน้า 380 ข้อ 1906
พ่อเหยี่ยวนั้นบินไปที่อยู่ของพญานกออกโดยเร็ว แล้วขันบอกให้รู้การ ที่ตนมา ได้รับโอกาส ก็เข้าไปไหว้ ถูกถามว่า เจ้ามาทำไม เมื่อแสดงเหตุที่ ต้องมา กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า ข้าแต่พญานกออก ท่านเป็นนกประเสริฐกว่า นกทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอยึดท่านเป็นที่พึ่ง พวกพราน ชาวชนบทปรารถนาจะกินลูกน้อยของข้าพเจ้า ขอท่าน จงช่วยให้ข้าพเจ้าได้รับความสุขเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิโช ความว่า ท่านเป็นนกที่ประเสริฐกว่า นกทั้งหลาย. พญานกออกปลอบเหยี่ยวว่า อย่ากลัวเลย แล้วกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า บัณฑิตทั้งหลาย ผู้แสวงหาความสุข ทั้งในกาล และไม่ใช่กาล ย่อมทำบุคคลให้เป็นมิตรสหาย ดูก่อน เหยี่ยว ฉันจะกระทำประโยชน์อันนี้แก่ท่านจงได้ ที่- จริง อริยชนย่อมกระทำกิจให้แก่อริยชน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเล อกาเล ได้แก่ ในกลางวัน และกลางคืน. อาจาระในบทว่า อริโย นี้ท่านประสงค์เอาอริยะผู้ประเสริฐ พญานกออกกล่าวว่า ในที่นี้อะไรเรียกว่า อริยะ จริงอยู่ผู้สมบูรณ์ด้วยอาจาระ ย่อมทำกิจของผู้สมบูรณ์ด้วยอาจาระเท่านั้น. ลำดับนั้น พญานกออกถามเหยี่ยวว่า พวกคนป่าพากันขึ้นต้นไม้แล้ว หรือสหาย. ก็ตอบว่า ตอนนั้นยังไม่ได้ขึ้น กำลังพากันมัดคบเท่านั้น. บอกว่า ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงรีบไปปลอบแม่สหายของเรา บอกถึงการมาของเราไว้เถิด. เหยี่ยวทำอย่างนั้น. ฝ่ายพญานกออกก็บินมาจับที่ยอดไม้ต้นหนึ่ง มองดูทางขึ้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka