ของพวกชาวป่าไม่ไกลต้นกระทุ่ม เวลาที่ชาวป่าคนหนึ่งขึ้นต้นกระทุ่ม ใกล้
จะถึงรังก็ดำลงในสระ เอาน้ำมาด้วยปีกและด้วยปาก รดราดบนคบเสีย
คบนั้นก็ดับ. พวกชาวป่ากล่าวว่า พวกเราต้องกินเหยี่ยวตัวนี้ด้วย กินลูก
ของมันด้วยแล้วถอยลง จุดคบให้ลุก พากันปีนขึ้นไปใหม่. พญานกออกก็
เอาน้ำมาดับเสียอีก. เมื่อพญานกออกใช้อุบายนี้ดับคบที่ผูกแล้ว ๆ เวลาก็ล่วง
ไปถึงเที่ยงคืน. พญานกออกเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก. พังผืดภายใต้ท้องหย่อน
ตาทั้งคู่แดงก่ำ แม่เหยี่ยวเห็นแล้ว กล่าวกะผัวว่า นายจ๋า พญานกออกลำบาก
เหลือเกินแล้ว พี่ เจ้าจงไปบอกพญาเต่าเถิด เพื่อให้พญานกออกพักผ่อนได้บ้าง
พ่อเหยี่ยวฟังคำนั้นเข้าไปหาพญานกออก พลางเชื้อเชิญด้วยคาถาว่า
กิจอันใด ที่อริยชนผู้มีความอนุเคราะห์ จะพึง
กระทำแก่อริยชน กิจอันนั้น ชื่อว่าอันท่านกระทำแล้ว
ขอท่านจงรักษาตัวเถิด อย่ารีบร้อนไปนักเลย เมื่อท่าน
ยังมีชีวิตอยู่ เราก็จะได้ลูกคืนมาเป็นแน่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตยิทํ ตัดเป็น ตยา อิทํ บาลีก็
เหมือนกันแล.
พญานกออกฟังคำของเหยี่ยวนั้นแล้ว เมื่อจะบันลือสีหนาทกล่าวคาถา
ที่ ๕ ว่า
ฉันกระทำการรักษาป้องกันนั้น แม้ถึงตัวจะตาย
ก็ไม่ได้สะดุ้งเลย แท้จริงสหายทั้งหลายผู้ยอมสละชีวิต
กระทำเพื่อสหายทั้งหลาย นี่เป็นธรรมดาของสัตบุรุษ
ทั้งหลาย.
ก็พระศาสดาเป็นอภิสัมพุทธ เมื่อทรงพรรณนาคุณของพญานกออก
นั้นจึงตรัสคาถาที่ ๖ ว่า