Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 389

เล่ม มมร. 60 หน้า 389 ข้อ 1907 1908 1909 1910
๔. อุททาลกชาดก ว่าด้วยจรณธรรม [๑๙๐๗] ชฎิลเหล่าใดครองหนังเสือพร้อมทั้งเล็บ ฟันเขลอะ รูปร่างเลอะเทอะ ร่ายมนต์อยู่ ชฎิลเหล่านั้น เป็นผู้รู้การประพฤติตบะ และการสาธยายมนต์นี้ ใน ความเพียรที่มนุษย์จะพึงทำกัน จะพ้นจากอบายได้ละ หรือ. [๑๙๐๘] ข้าแต่พระราชา ถ้าบุคคลเป็นพหูสูต ไม่ประพฤติธรรม ก็จะพึงกระทำกรรมอันลามก ทั้งหลายได้ แม้จะมีเวทตั้งพันอาศัยแต่ความเป็นพหูสูต ยังไม่บรรลุจรณธรรม จะพ้นจากทุกข์ไปไม่ได้เลย. [๑๙๐๙] แม้บุคคลผู้มีเวทตั้งพัน อาศัยแต่ความ เป็นพหูสูตนั้น ยังไม่บรรลุจรณธรรมแล้ว จะพ้นจาก ทุกข์ไปไม่ได้ อาตมภาพย่อมสำคัญว่าเวททั้งหลายก็ ย่อมไม่มีผล จรณธรรมอันมีความสำรวมเท่านั้นเป็น ความจริง. [๑๙๑๐] เวททั้งหลายจะไม่มีผลก็หามิได้ จรณ- ธรรมอันมีความสำรวมนั่นแลเป็นความจริง แต่บุคคล เรียนเวททั้งหลายแล้ว ย่อมได้รับเกียรติคุณ ท่านผู้ ฝึกฝนตนด้วยจรณธรรมแล้วย่อมบรรลุถึงสันติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka