Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 390

เล่ม มมร. 60 หน้า 390 ข้อ 1911 1912 1913 1914 1915 1916
[๑๙๑๑] บุตรที่เกิดแต่มารดาบิดาและเผ่าพันธุ์ใด อันบุตรจะต้องเลี้ยงดูอาตมภาพเป็นคน ๆ นั้นแหละ มีชื่อว่าอุททาลก เป็นเชื้อสายของวงศ์ตระกูลโสตถิยะ แห่งท่านผู้เจริญ. [๑๙๑๒] ดูก่อนท่านผู้เจริญ บุคคลเป็นพราหมณ์ ได้อย่างไร เป็นพราหมณ์เต็มที่ได้อย่างไร ความดับ รอบจะมีได้อย่างไร ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม บัณฑิตเรียกว่า กระไร. [๑๙๑๓] บุคคลเป็นพราหมณ์ ต้องบูชาไฟเป็น นิตย์ ต้องรดน้ำ เมื่อบูชายังต้องยกเสาเจว็ด ผู้กระทำ อย่างนี้จึงเป็นพราหมณ์ผู้เกษม ด้วยเหตุนั้น ชน- ทั้งหลายจึงได้พากันสรรเสริญว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม. [๑๙๑๔] ความหมดจด ย่อมไม่มีด้วยการรดน้ำ อนึ่ง พราหมณ์จะเป็นพราหมณ์เต็มที่ด้วยการรดน้ำก็ หาไม่ ขันติและโสรัจจะย่อมมีไม่ได้ ทั้งผู้นั้นจะเป็น ผู้ดับรอบก็หามิได้. [๑๙๑๕] ดูก่อนท่านผู้เจริญ บุคคลเป็นพราหมณ์ ได้อย่างไร และเป็นพราหมณ์เต็มที่ได้อย่างไร ความ ดับรอบจะมีได้อย่างไร ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม บัณฑิต เรียกว่ากระไร. [๑๙๑๖] บุคคลผู้ไม่มีไร่นา ไม่มีพวกพ้อง ไม่ ถือว่าเป็นของเรา ไม่มีความหวัง ไม่มีบาปคือความ โลภ สิ้นความละโมบในภพแล้ว ผู้กระทำอย่างนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka