ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ผู้เกษม เพราะเหตุนั้น ชนทั้งหลาย
จึงได้พากันสรรเสริญว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม.
[๑๙๑๗] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน
จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม
ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ
คนเป็นผู้เย็นแล้ว ยังจะมีคนดีคนเลวอีกหรือไม่.
[๑๙๑๘] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน
จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม
ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ
คนเป็นผู้เย็นแล้ว ย่อมไม่มีคนดีคนเลวเลย.
[๑๙๑๙] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน
จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม
ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ
คนเป็นผู้เย็นแล้ว ย่อมไม่มีคนดีคนเลวเลย เมื่อเป็น
อย่างนี้ ท่านชื่อว่าทำลายความเป็นเชื้อสายแห่ง
ตระกูลโสตถิยะ จะประพฤติเพศพราหมณ์ที่เขา
สรรเสริญกันอยู่ทำไม.
[๑๙๒๐] วิมานที่เขาคลุมด้วยผ้ามีสีต่าง ๆ กัน
เงาแห่งผ้าเหล่านั้นย่อมเป็นสีเดียวกันหมด สีที่ย้อมนั้น
ย่อมไม่เกิดเป็นสี ฉันใด ในมนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น
เมื่อใด มาณพบริสุทธิ์ เมื่อนั้น มาณพเหล่านั้นเป็นผู้มี
วัตรดีเพราะรู้ทั่วถึงธรรม ย่อมละชาติของตนได้.
จบอุททาลกชาดกที่ ๔