Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 391

เล่ม มมร. 60 หน้า 391 ข้อ 1917 1918 1919 1920
ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ผู้เกษม เพราะเหตุนั้น ชนทั้งหลาย จึงได้พากันสรรเสริญว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม. [๑๙๑๗] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ คนเป็นผู้เย็นแล้ว ยังจะมีคนดีคนเลวอีกหรือไม่. [๑๙๑๘] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ คนเป็นผู้เย็นแล้ว ย่อมไม่มีคนดีคนเลวเลย. [๑๙๑๙] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คน จัณฑาล คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ คนเป็นผู้เย็นแล้ว ย่อมไม่มีคนดีคนเลวเลย เมื่อเป็น อย่างนี้ ท่านชื่อว่าทำลายความเป็นเชื้อสายแห่ง ตระกูลโสตถิยะ จะประพฤติเพศพราหมณ์ที่เขา สรรเสริญกันอยู่ทำไม. [๑๙๒๐] วิมานที่เขาคลุมด้วยผ้ามีสีต่าง ๆ กัน เงาแห่งผ้าเหล่านั้นย่อมเป็นสีเดียวกันหมด สีที่ย้อมนั้น ย่อมไม่เกิดเป็นสี ฉันใด ในมนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น เมื่อใด มาณพบริสุทธิ์ เมื่อนั้น มาณพเหล่านั้นเป็นผู้มี วัตรดีเพราะรู้ทั่วถึงธรรม ย่อมละชาติของตนได้. จบอุททาลกชาดกที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka