ดูก่อนท่านผู้เจริญ บุคคลเป็นพราหมณ์ได้
อย่างไร และเป็นพราหมณ์เต็มที่ได้อย่างไร ความดับ
รอบจะมีได้อย่างไร ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม บัณฑิตเรียกว่า
กระไร.
ฝ่ายปุโรหิต เมื่อจะกล่าวแก่เขาก็กล่าวคาถาต่อไปว่า
บุคคลผู้ไม่มีไร่นา ไม่มีพวกพ้อง ไม่ถือว่าเป็น
ของเรา ไม่มีความหวัง ไม่มีบาปคือความโลภ สิ้น
ความโลภในภพแล้ว ผู้กระทำอย่างนี้ ชื่อว่าเป็น
พราหมณ์ผู้เกษม เพราะเหตุนั้น ชนทั้งหลายจึงได้
พากันสรรเสริญว่าผู้ตั้งอยู่ในธรรม.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกฺเขตฺตพนฺธุ ได้แก่ ผู้ไม่มีไร่นา
ไม่มีพวกพ้อง. อธิบายว่า ท่านผู้เว้นแล้วจากครอบครองไร่นา บ้านตำบล
ชื่อว่า ผู้ไม่มีไร่นา เว้นขาดแล้วจากการปกครองพวกพ้องทางญาติ พวกพ้อง
ทางมิตร พวกพ้องทางสหาย และพวกพ้องทางศิลปะชื่อว่าผู้ไม่มีพวกพ้อง
ผู้เว้นแล้วจากการถือว่าเป็นของเราด้วยอำนาจตัณหาและทิฏฐิในสัตว์และสังขาร
ทั้งหลาย ชื่อว่าผู้ไม่ถือว่าของเรา ผู้เว้นแล้วจากความหวังในลาภ ในทรัพย์
ในบุตรและในชีวิต ชื่อว่าผู้หมดความหวัง เว้นแล้วจากความโลภอันเป็นบาป
ได้แก่ความโลภ ในฐานะอันไม่สม่ำเสมอ ชื่อว่าผู้หมดบาปคือความโลภ สิ้น
ความยินดีในภพแล้ว ชื่อว่าผู้สิ้นความโลภในภพแล้ว.
ลำดับนั้น อุททาลกะกล่าวคาถาว่า
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล
คนเทหยากเยื่อทั้งปวง เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกฝนตนแล้ว
ย่อมดับรอบได้ทั้งหมด เมื่อคนทุก ๆ คนเป็นผู้เย็นแล้ว
ยังจะมีคนดีคนเลวอีกหรือไม่.