หรือไม่ จึงถือเอาเหง้าบัวที่ฝั่งน้ำไปฝังไว้บนบก ฤาษี
ทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีบาป นี้เหง้ามันของท่าน.
[๑๙๓๘] ดูก่อนท้าวสหัสนัยน์เทวราช ฤาษี
เหล่านั้นมิใช่นักฟ้อนของท่าน และมิใช่ผู้ที่ท่านจะพึง
ล้อเล่น ไม่ใช่พวกพ้องและสหายของท่าน เพราะ
เหตุไร ท่านจึงมาดูหมิ่นล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย.
[๑๙๓๙] ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้มี
ปัญญากว้าง ท่านเป็นอาจารย์และเป็นบิดาของข้าพเจ้า
ขอเงาเท้าของท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าผู้พลั้งพลาด
ขอได้โปรดอดโทษครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อม
ไม่มีความโกรธเป็นกำลัง.
[๑๙๔๐] การที่พวกเราได้เห็นท้าววาสวะผู้เป็น
จอมภูต นับเป็นราตรีเอกของพวกเราเหล่าฤาษีซึ่งอยู่
กันด้วยดี ท่านผู้เจริญ ทุกคนจงพากันดีใจเถิด เพราะ
ท่านพราหมณ์ได้เหง้าบัวคืนแล้ว.
[๑๙๔๑] เราตถาคต สารีบุตร โมคคัลลานะ
กัสสปะ อนุรุทะ ปุณณะและอานนท์ เป็น ๗ พี่น้อง
ในครั้งนั้น อุบลวรรณาเป็นน้องสาว ขุชชุตตราเป็น
ทาสี จิตตคฤหบดีเป็นทาส สาตาคีระเป็นเทวดา
ปาลิเลยยกะเป็นช้าง มธุระผู้ประเสริฐเป็นวานร
กาฬุทายีเป็นท้าวสักกะ ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดก
ไว้ด้วยประการฉะนี้แล.
จบภิสชาดกที่ ๕