Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 406

เล่ม มมร. 60 หน้า 406 ข้อ 1938 1939 1940 1941
หรือไม่ จึงถือเอาเหง้าบัวที่ฝั่งน้ำไปฝังไว้บนบก ฤาษี ทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีบาป นี้เหง้ามันของท่าน. [๑๙๓๘] ดูก่อนท้าวสหัสนัยน์เทวราช ฤาษี เหล่านั้นมิใช่นักฟ้อนของท่าน และมิใช่ผู้ที่ท่านจะพึง ล้อเล่น ไม่ใช่พวกพ้องและสหายของท่าน เพราะ เหตุไร ท่านจึงมาดูหมิ่นล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย. [๑๙๓๙] ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้มี ปัญญากว้าง ท่านเป็นอาจารย์และเป็นบิดาของข้าพเจ้า ขอเงาเท้าของท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าผู้พลั้งพลาด ขอได้โปรดอดโทษครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อม ไม่มีความโกรธเป็นกำลัง. [๑๙๔๐] การที่พวกเราได้เห็นท้าววาสวะผู้เป็น จอมภูต นับเป็นราตรีเอกของพวกเราเหล่าฤาษีซึ่งอยู่ กันด้วยดี ท่านผู้เจริญ ทุกคนจงพากันดีใจเถิด เพราะ ท่านพราหมณ์ได้เหง้าบัวคืนแล้ว. [๑๙๔๑] เราตถาคต สารีบุตร โมคคัลลานะ กัสสปะ อนุรุทะ ปุณณะและอานนท์ เป็น ๗ พี่น้อง ในครั้งนั้น อุบลวรรณาเป็นน้องสาว ขุชชุตตราเป็น ทาสี จิตตคฤหบดีเป็นทาส สาตาคีระเป็นเทวดา ปาลิเลยยกะเป็นช้าง มธุระผู้ประเสริฐเป็นวานร กาฬุทายีเป็นท้าวสักกะ ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดก ไว้ด้วยประการฉะนี้แล. จบภิสชาดกที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka