Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 431

เล่ม มมร. 60 หน้า 431 ข้อ 1950
กระหม่อมแม่เจ้าขา เชิญพระแม่เจ้าเสด็จมาเถิด เทวราชพระองค์หนึ่งประสงค์ จะถวายพระโอรสผู้ประเสริฐแด่พระแม่เจ้า เหาะมาทางอากาศกำลังสถิตที่ช่อง พระแกล เจ้าข้า. พระนางเสด็จไปด้วยท่าทางอันตระหนัก ทรงเปิดพระแกลตรัส ว่าข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ได้ยินว่า พระคุณเจ้าจะให้โอรสผู้ประเสริฐ แก่สตรี ผู้มีศีล เป็นความจริงหรือพระเจ้าข้า. ท้าวเธอตรัสว่า ดูก่อนพระเทวี ขอถวาย พระพรเป็นความจริง. พระนางตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น ขอพระคุณเจ้าโปรดให้ แก่ดิฉัน . ตรัสถามว่า ก็ศีลของบพิตรเป็นอย่างไร เชิญตรัส ถ้าชอบใจอาตมภาพ อาตมภาพจักถวายพระโอรสผู้ประเสริฐ. พระนางทรงสดับพระดำรัสของท้าว เธอแล้วตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น เชิญพระคุณเจ้าค่อยสดับเถิด เมื่อจะทรงแถลงศีล คุณของตน ได้ทรงภาษิตพระคาถา ๕ คาถาว่า ดิฉันถูกเชิญมา เป็นพระอัครมเหสีคนแรกของ พระเจ้าสุรุจิตลอดเวลาหมื่นปี พระเจ้าสุรุจินำดิฉันมา ผู้เดียว ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ดิฉันนั้นมิได้รู้สึกเลยว่า ได้ล่วงเกินพระเจ้าสุรุจิผู้เป็นจอมประชาชนชาววิเทห- รัฐครองพระนครมิถิลา ด้วย กาย วาจา หรือใจ ทั้งในที่แจ้งหรือในที่ลับเลย ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการ กล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าว คำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง. ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ดิฉันเป็นที่พอใจของพระ- ภัสดา พระชนนีและพระชนกของพระภัสดาก็เป็นที่รัก ของดิฉัน พระองค์ท่านเหล่านั้นทรงแนะนำดิฉัน ตลอดเวลาที่พระองค์ท่านยังทรงพระชนมชีพอยู่ ดิฉัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka