Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 432

เล่ม มมร. 60 หน้า 432 ข้อ 1950
นั้นยินดีในความไม่เบียดเบียน มีปกติประพฤติธรรม โดยส่วนเดียว มุ่งบำเรอพระองค์ท่านเหล่านั้นโดย เคารพ ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน ข้าแต่ พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิด เถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง. ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ความริษยาหรือความโกรธ ในสตรีผู้เป็นราชเทวีร่วมกัน ๑๖,๐๐๐ คน มิได้มีแก่ ดิฉันในกาลไหน ๆ เลย ดิฉันชื่นชมด้วยความเกื้อกูล แก่พระราชเทวีเหล่านั้น และคนไหนที่จะไม่เป็นที่รัก ของดิฉันไม่มีเลย ดิฉันอนุเคราะห์หญิงผู้ร่วมสามีทั่ว กันทุกคน ในกาลทุกเมื่อ เหมือนอนุเคราะห์ตนฉะนั้น ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตร จงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉัน จงแตก ๗ เสี่ยง. ดิฉันเลี้ยงดูทาสกรรมกร ซึ่งจะต้องเลี้ยงดูและ ชนเหล่าอื่นผู้อาศัยเลี้ยงชีวิต โดยเหมาะสมกับหน้าที่ ดิฉันมีอินทรีย์อันเบิกบานในกาลทุกเมื่อข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิดเมื่อดิฉัน กล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง. ดิฉันมีฝ่ามืออันชุ่มเลี้ยงดูสมณพราหมณ์ และ วณิพกเหล่าอื่น ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka