Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 434

เล่ม มมร. 60 หน้า 434 ข้อ 1950
เบียดเบียนสัตว์อะไรตั้งต้นแต่มดดำมดแดงไปทีเดียว. บทว่า กามสา แปลว่า มุ่งหน้าโดยส่วนเดียว. บทว่า ธมฺมจารินี ความว่า ดิฉันบำเพ็ญในกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ. บทว่า อุปฏฺาสึ ความว่า ดิฉันทำกิจต่าง ๆ มีการบริกรรม พระบาทเป็นอาทิ ปรนนิบัติพระองค์ท่านทั้งสอง. บทว่า สหภริยานิ ความว่า เป็นภรรยาแห่งสามีเดียวกันกับดิฉัน. บทว่า นาหุ ความว่า ธรรมคือความ ริษยา หรือธรรมคือความโกรธ เพราะอาศัยกิเลส มิได้มีแก่ดิฉันเลย. บทว่า หิเตน ความว่า กิจใดเป็นกิจเกื้อกูลแก่หญิงเหล่านั้น ดิฉันย่อมชื่นชมยินดี ด้วยประโยชน์เกื้อกูลของหญิงเหล่านั้นแท้ ๆ ดิฉันยินดีเห็นหญิงเหล่านั้น เป็น เหมือนบุตรธิดาในอ้อมอกฉะนั้น. บทว่า กาจิ ความว่า บรรดาหญิงเหล่านั้น แม้เพียงคนเดียวที่จะชื่อว่าดิฉันไม่รักไม่มีเลย ดิฉันรักทุกคนทีเดียว. บทว่า อนุกมฺปามิ ความว่า ดิฉันเอ็นดูหญิงทั้ง ๑๖,๐๐๐ นางนั้นทุกคนด้วยจิตอ่อนโยน เหมือนเอ็นดูตนก็ปานกัน. บทว่า สห ธมฺเมน ความว่า ดิฉันเลี้ยงดูตาม หน้าที่ที่จะมอบให้เขาทำได้ หมายความว่า ผู้ใดสามารถจะทำกรรมใด ดิฉัน ก็ใช้ผู้นั้นในกรรมนั้น. บทว่า ปทุทิตินฺทฺริยา ความว่า เมื่อใช้เล่าก็ยิ้มแย้ม แจ่มใสเป็นนิตย์ทีเดียว ดิฉันไม่เคยใช้ใคร ๆ อย่างกราดเกรี้ยวว่า อีทาสอีตัว ร้าย มึงจงทำการอันนี้ซิเว้ย ดังนี้เลยในกาลไหน ๆ. บทว่า ปยตปาณินี ความว่า เป็นผู้มีมืออันล้างแล้ว เหยียดมือออกแล้วทีเดียว. บทว่า ปาริหา- ริยปกฺขญฺจ ความว่า ๔ วัน ด้วยอำนาจวันรับและวันส่ง คือวัน ๕ ค่ำ วัน ๘ ค่ำ วัน ๑๔ ค่ำ วัน ๑๕ ค่ำ. บทว่า สทา ความว่า เป็นผู้สำรวม ในศีล ๕ ตลอดกาลเป็นนิตย์ คือเป็นผู้มีอัตภาพอันศีลเหล่านั้นปกป้องคุ้มครอง ไว้แล้ว. ธรรมดาว่าการประมาณของพระนาง ซึ่งแม้จะพรรณนา ๑๐๐ คาถา ๑,๐๐๐ คาถา ก็หาเพียงพอไม่ ด้วยประการฉะนี้. ในเวลาที่พระนางพรรณนาคุณ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka