Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 504

เล่ม มมร. 60 หน้า 504 ข้อ 2000
ด้วยกายเป็นต้น. บทว่า สํยเมน คือความสำรวมในศีล. บทว่า ทเมน คือด้วยการฝึกอินทรีย์. บทว่า ยํ กตฺวา ความว่า การฝึกตนที่บุคคลทำ แล้วได้รับความสุข และไม่ตามเดือดร้อนในภายหลัง. ครั้นท้าวสักกะทรงสดับพระดำรัสของพระเจ้าสาธินราชนั้นแล้ว ทรง สั่งเทพบุตรมาตลีว่า ไปเถิด นำเสด็จพระเจ้าสาธินราชไปสู่มิถิลาให้เสด็จลงใน พระอุทยาน. มาตลีเทพบุตรนั้นได้กระทำตามเทวบัญชา. พระราชาเสด็จพระ จงกรมอยู่ในพระอุทยานนั่นเอง. ครั้งนั้นนายอุยยานบาลเห็นพระองค์แล้ว ก็ไป กราบทูลแด่พระราชานารทะ. ฝ่ายพระเจ้านารทะนั้นทรงสดับการเสด็จมาของ พระราชาแล้ว ตรัสว่า นายอุยยานบาล เจ้าจงล่วงหน้าไปเตรียมอุทยาน จัดตั้ง อาสนะไว้ ๒ ที่ สำหรับพระราชานั้นที่ ๑ สำหรับเราที่ ๑ ทรงส่งนายอุยยานบาล นั้นไป. เขาได้กระทำตามพระบัญชา ที่นั้นพระราชาจึงตรัสถามเขาว่า เจ้าจัด ตั้งอาสนะ ๒ ที่ เพื่อใครเล่า กราบทูลว่าเพื่อพระองค์ที่ ๑ เพื่อพระราชาของ พวกข้าพระองค์ที่ ๑ พระเจ้าข้า. ครั้งนั้นพระราชาตรัสว่า สัตว์อื่นใครเล่าจัก นั่งเหนืออาสนะในสำนักของเรา แล้วประทับนั่งเหนืออาสนะ ๑ วางพระบาททั้งคู่ เหนืออาสนะ ๑. พระราชานารทะเสด็จมาถวายบังคมพระบาทยุคลของพระองค์ แล้ว ประทับนั่ง ณ ที่อันสมควรข้างหนึ่ง. ได้ยินว่า พระเจ้านารทะเป็น พระนัดดาของพระเจ้าสาธินราช องค์ที่ ๗ ทีเดียว ข่าวว่าครั้งนั้น พระเจ้า นารทะทรงพระชนมายุได้ ๑๐๐ พรรษาแล้ว. แต่พระมหาสัตว์ทรงพระชนม์ ยืนนานตลอดกาลเพียงนี้ ด้วยกำลังบุญของพระองค์. พระองค์ทรงจูงพระหัตถ์ ของพระเจ้านารทะ เสด็จเที่ยวไปในพระอุทยาน ได้ตรัสพระคาถา ๓ คาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka