Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 506

เล่ม มมร. 60 หน้า 506 ข้อ 2000
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อพระองค์เสด็จไป เทวโลก กำหนดได้ ๗๐๐ ปีเข้านี้แล้ว หม่อมฉันเป็น หลานคนที่ ๗ ของพระองค์ อุปัฏฐากของพระองค์ สิ้นพระชนม์ไปหมดแล้ว ขอเชิญพระองค์เสวยราช- สมบัติอันเป็นส่วนของพระองค์เถิด พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า พ่อนารทะเอ๋ย ฉันมาทั้งนี้ มิได้มาเพื่อต้องการ ราชสมบัติ มาเพื่อต้องการทำบุญ ฉันจักทำบุญเท่านั้น จึงตรัสพระคาถาว่า วิมานทั้งหลายอันสว่างไสวทั้งสี่ทิศ ฉันได้เห็น แล้วเฉพาะพระพักตร์ของท้าวสักกเทวราช และเฉพาะ หน้าของทวยเทพชาวไตรทศ ภพที่ฉันเห็นอยู่เป็นทิพย์ กามทั้งหลายอันมิใช่ของมนุษย์ ฉันได้บริโภคแล้ว ในทวยเทพของชาวไตรทศ ภพที่ฉันอยู่ก็เป็นทิพย์ ถามทั้งหลาย อันมิใช่ของมนุษย์ฉันได้บริโภคแล้ว ในทวยเทพชาวดาวดึงส์ ผู้สำเร็จสิ่งที่น่าปรารถนา ทุกอย่าง ฉันนั้นละสมบัติเช่นนั้นเสียแล้วมาในมนุษย- โลกนี้ เพื่อต้องการทำบุญเท่านั้น ฉันจักประพฤติแต่ ธรรมเท่านั้น ฉันไม่มีความต้องการด้วยราชสมบัติ ฉันจักดำเนินไปตามทางที่ท่านผู้ไม่มีอาชญาพากันท่อง เที่ยวไป อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ซึ่งเป็นทางสำหรับไปของท่านผู้มีวัตรงามทั้งหลาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วุตฺถํ เม ภวนํ ทิพฺยํ นี้ พระเจ้า สาธินราชตรัสหมายถึงเวชยันตปราสาท. บทว่า โสหํ เอตาทิสํ ความว่า พ่อนารทะเอ๋ย ฉันนั้นต้องทอดทิ้งความพร้อมมูลแห่งกามคุณ ที่พระพุทธญาณ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka