ไม่พึงกำหนดเห็นปานฉะนี้มา ณ ที่นี้ เพื่อต้องการทำบุญ. บทว่าอทณฺฑาวจรํ
ความว่า หนทางมีองค์ ๘ มีสัมมาทิฏฐิเป็นเบื้องหน้า ที่มวลท่านผู้ไม่มีอาชญา
วางท่อนไม้และศาสตราเสียแล้วพึงดำเนิน. บทว่า สุพฺพตา ความว่า ท่าน
ผู้มีวัตรดีงาม ได้แก่ พระสัพพัญญูพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงดำเนินโดยทางใด
แม้ฉันก็จักขอนั่งเหนือพื้นแห่งโพธิ เพื่อไปถึงทิศที่ไม่เคยไป จักดำเนินไปสู่
หนทางนั้นเหมือนกัน.
พระโพธิสัตว์ตรัสคาถาเหล่านั้นใส่ไว้ในพระสัพพัญญุตญาณด้วยประการ
ฉะนี้. ครั้งนั้นพระราชานารทะกราบทูลย้ำกะพระองค์อีกว่า เชิญพระองค์ทรง
ครองราชสมบัติสืบไปเถิด พระเจ้าข้า. ตรัสว่า พ่อเอ๋ย ฉันไม่ต้องการราช-
สมบัติจะขอให้ทานฉลอง ๗๐๐ ปี เพียง ๗ วันเท่านั้นแหละ. พระราชานารทะ
ทรงรับพระดำรัสของพระองค์ว่า เชิญเถิด พระเจ้าข้า ทรงเตรียมมหาทาน.
พระราชาทรงให้มหาทานตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ สิ้นพระชนม์ บังเกิดในภพ
ชั้นดาวดึงส์นั้นเอง.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงแสดงว่า ดูก่อน
อุบาสกทั้งหลาย อันอุโบสถกรรมควรที่จะพึงบำเพ็ญ ด้วยประการฉะนี้ แล้ว
ทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย เมื่อจบสัจจะบรรดาอุบาสกผู้รักษาอุโบสถเหล่านั้น
บางพวกดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล บางพวกในสกทาคามิผล บางพวกในอนาคา-
มิผล บางพวกในอรหัตผล แล้วประชุมชาดกว่า พระราชานารทะ ใน-
ครั้งนั้น ได้มาเป็นสารีบุตร เทพบุตรมาตลี ได้มาเป็นพระอานนท์ ท้าว
สักกะ ได้มาเป็นอนุรุทธะ บริษัทที่เหลือได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระเจ้า
สาธินราช ได้มาเป็นเราแล.
จบอรรถกถาสาธินราชชาดก