Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 220

เล่ม มมร. 61 หน้า 220 ข้อ 2209 2210 2211
พระเจ้ากาสิกราช ทรงอัดอั้นตันพระทัย ด้วย ความเศร้าโศกถึงพระโอรส ทรงปริเทวนาการว่า โอรสคนเดียวของเรานี้ ไม่ยินดีเสวยกามารมณ์เสียเลย. อุบายในข้อนี้ มีอยู่อย่างไรหนอ ผู้ใดพึงประเล้า ประโลมโอรสของเรา ให้เธอปรารถนากามได้ หรือว่า ผู้นั้นใครเล่าจะรู้เหตุที่จะให้โอรสของเราพัวพันในกาม ได้. [๒๒๐๙] ภายในพระราชฐานนั่นเอง มีกุมารีคน หนึ่ง มีฉวีวรรณงดงาม รูปสวย ฉลาดในการฟ้อนรำ ขับร้อง และชำนาญในการดีดสีตีเป่า นางเข้าไปใน พระราชฐานนั้นแล้ว กราบทูลความนี้กะพระราชาว่า เกล้ากระหม่อมฉันนี้แล จะพึงประเล้าประโลมพระราช กุมารนั้นได้ ถ้าหากพระราชกุมารนั้น จักได้เป็น พระภัสดาของกระหม่อมฉัน. [๒๒๑๐] พระราชาจึงตรัสกะนางกุมาริกา ผู้ กล่าวยืนยันเช่นนั้นว่า เธอจงประเล้าประโลมลูกของ เรา ลูกของเราจักเป็นสามีของเจ้า. [๒๒๑๑] นางกุมารีนั้น เข้าไปในพระราชฐาน แล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาไพเราะจับจิตจับใจ ยั่วยวน ชวนให้รักใคร่ เปลี่ยนแปลงขับลำนำ ประกอบไป ด้วยกามารมณ์มากมายหลายอย่าง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka